DC Restaurant
Cellar with Darren Chin
สวัสดีครับ
กลับมาเยือนร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ 1 ดาว (1 Michelin Star Restaurant) ของ Michelin Star Malaysia 2026 อย่าง ดีซี เรสเตอรองท์ ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งหากเทียบกับครั้งที่รีวิวในปี 2023 [ชมรีวิว] ในครั้งนี้ทำให้เห็นถึงพัฒนาการของความเป็นร้านอาหารระดับแถวหน้าของมาเลเซียได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีกขั้น ผ่านการขยับขยายและการตกแต่งที่หลากหลายสามารถสัมผัสได้ถึงการยกระดับประสบการณ์มื้ออาหารเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ โดดเด่นด้วยงานดีไซน์ที่ตกแต่งได้อย่างมีรสนิยมและการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยได้อย่างน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นห้องอาหารหลักที่ยังคงความประณีตหรือพื้นที่บาร์และมุมพักผ่อน ไปจนถึงความโปร่งโล่งของโซนครัวที่เปิดให้เห็นการทำงานของเหล่าเชฟผู้เชี่ยวชาญ นับเป็นการขยายอาณาจักรที่ตอบโจทย์ทั้งความหรูหราและการสร้างประสบการณ์ร่วมให้กับผู้มาเยือนได้อย่างลงตัวที่สุดครับ
5 จุดเด่นที่ห้ามพลาดของ DC Restaurant (ห้อง Cellar)
ทำไม DC Restaurant โดย Chef Darren Chin ถึงเป็นจุดหมายปลายทางของนักกินระดับโลก? นี่คือสรุปไฮไลท์สำคัญ:
-
★
Omakase โดยเชฟมิชลิน 1 ดาว: สัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิดกับ Chef Darren Chin ที่ดูแลและเล่าเรื่องราววัตถุดิบด้วยตัวเองในห้อง Cellar สุด Exclusive -
★
การผสมผสานรสชาติไทย-ฝรั่งเศส: การตีความใหม่ของวัตถุดิบไทย เช่น กุ้งแม่น้ำสงขลาแกงเหลือง และเนื้อแกะซอส “แกงเทโพ” ที่ผสมผสานเทคนิค Fine Dining ระดับสากล -
★
เทคนิค Matsukasa-yaki ขั้นสูง: เมนูซิกเนเจอร์ปลาคินเมได (Kinmedai) ที่ราดน้ำมันร้อนจนเกล็ดกรอบตั้งสวยงามแต่เนื้อในยังคงความฉ่ำ -
★
คอลเลกชันไวน์หายากกว่า 4,000 ขวด: ดื่มด่ำกับไวน์ระดับโลกในห้องเก็บไวน์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในมาเลเซีย พร้อม Sommelier ให้คำแนะนำการ Pairing -
★
บรรยากาศส่วนตัว (Exclusive 10-Seater): ห้องอาหารในรูปแบบเคาน์เตอร์บาร์จำกัดเพียง 10 ที่นั่งต่อรอบ มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดในย่าน TTDI, Kuala Lumpur
มื้อนี้ที่ CELLAR ห้องใหม่ล่าสุดในรูปแบบเคาน์เตอร์บาร์ที่รองรับเพียง 10 ที่นั่ง มอบประสบการณ์สไตล์โอมากาเสะ (omakase) โดย Chef Darren Chin ที่ลงมาดูแลด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิดให้ความรู้สึก Exclusive และเป็นกันเองในเวลาเดียวกัน
เพลิดเพลินไปกับลีลาการปรุงอาหารที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและประณีตของเชฟในทุกขั้นตอน สะท้อนถึงประสบการณ์และความตั้งใจเพื่อให้ได้รสชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุดในทุกจาน
Chef Darren Chin Omakase คือการที่เชฟมาบอกเล่าเรื่องราวและที่มาของวัตถุดิบแต่ละชนิดและเสิร์ฟให้ถึงมือด้วยตนเอง มอบประสบการณ์มื้ออาหารที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจและเป็นกันเองสุดๆ
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยความสดชื่นจาก evian น้ำแร่ธรรมชาติ 100% ส่งตรงจากเทือกเขาแอลป์
6 grain sourdough | caviar butter
ขนมปังซาวโดวจ์ที่อัดแน่นด้วยธัญพืชถึง 6 ชนิด ให้สัมผัสและรสชาติที่ถูกปาก ทานคู่กับเนยคาเวียร์ที่รสชาติโดดเด่นและลงตัวอย่างที่สุด และที่สำคัญสามารถขอเติมความอร่อยนี้ได้ตลอด
Lavash | smoked shiitake | salted kombu | uni
โดดเด่นด้วยแผ่นแป้งลาวาซที่บางกรอบละมุนขนาด 3 คำที่รองรับรสชาติของเห็ดชิตาเกะรมควันเนื้อนุ่มและ salted kombu ผสานกับ smoked butter เพิ่มความหอมละมุน ท็อปด้วยไข่หอยเม่น (อูนิ) ที่ให้ความเข้มข้นที่นุ่มนวล เป็นความอร่อยที่หลากหลายมิติในคำเดียว และน่าจะถูกใจสายรับความกรอบอย่างแน่นอน
Seaweed cracker | tuna akami | wasabi ice cream
ต่อด้วยแครกเกอร์สาหร่ายขนาดพอดีคำที่เคลือบแป้งทอดให้ความกรอบที่บางเบาและหอมสาหร่ายเด่น ไส้เป็นทูน่าเนื้อแดงคุณภาพเยี่ยม โดยมีไฮไลท์คือไอศกรีมวาซาบิให้รสชาติชัดเจนกลมกล่อม ทานแล้วสดชื่นนุ่มนวลไม่ฉุนเป็นการผสมผสานที่ลงตัวและแปลกใหม่อย่างน่าประทับใจ
Breadfruit tortilla | seasonal fish carpaccio | garum aioli | edible flowers
แป้งตอร์ติญ่าที่ทำจากสาเก ไส้เป็นเนื้อปลาคาปาชิโอตามฤดูกาลที่นุ่มหนึบหนับ รสชาติหลักจะอยู่ที่ Garum Aioli โฮมเมดที่ให้กลิ่นอายคล้ายน้ำบูดูแต่มีความนวลกว่า คำนี้เชฟบรรจงเสิร์ฟให้ถึงมือเป็นคำที่อัดแน่นไปด้วยรสอูมามิและรสชาติที่เข้มข้นเป็นเอกลักษณ์จริงๆ
Cassava Bread
ขนมปังคาสซาวาขนมปังที่ทำจากรากมันสำปะหลังที่ทำกันสดใหม่ผสมผสานความเข้มข้นด้วยชีสบ่มเชดด้า (Aged Cheddar) ชั้นดี เสริมรสชาติด้วยซอสที่ทำจากพริกปิเมนตอง (Pimentons) หรือพริกหยวกย่างจากสเปน และซอสจากต้นหอมย่างจนหอม มอบรสสัมผัสที่แปลกใหม่และกลมกล่อมในสไตล์เฉพาะตัว
Marmande tomato declination
แผ่นหนังมะเขือเทศรสเข้มข้นท็อปด้วยคาเวียร์ และเชฟใช้เทคนิคที่ได้จากการไปศึกษาเพิ่มจากคุณหนุมาน (Hanuman Aspler) ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทยกับเมนูทาร์ตตำขนุนที่ใช้น้ำพริกขนุนโฮมเมดที่ปรับให้ทานแล้วมีความเข้มข้นที่ละเมียดละไมปิดด้วยมะเขือเทศรมควันด้วยไม้ซากุระและไม้เชอร์รี่สร้างกลิ่นรสและเนื้อสัมผัสให้มีความซับซ้อนอย่างมีชั้นเชิง ทานคู่กับกัซปาโชซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการเดินทางไปซานเซบาสเตียน (San Sebastian) ประเทศสเปน เป็นซุปกัซปาโชมะเขือเทศแบบเย็น (Cold Tomato Gazpacho) ที่ทานพร้อมกับซอร์เบต์โหระพา (Sweet basil sorbet) และตะลิงปลิงหมัก (Fermented bilimbi) เพิ่มความหอมสดชื่นและรสชาติที่ตัดกับตัวซุป เป็นการนำเสนอมะเขือเทศสายพันธุ์มาร์มองด์ในรูปแบบต่างๆที่สะท้อนถึงการดึงศักยภาพของวัตถุดิบออกมาได้อย่างดีทีเดียว
Tactile vibration – Poached pear | caviar | cardamom ice cream | yuzu | liquorice salt
นุ่มละมุนของลูกแพร์ตุ๋นที่หมักกับ ‘บุษบา’ จินของไทยจากแบรนด์เสน่หา (Saneha) ทานกับคาเวียร์ที่ให้ความมันนัว และไอศกรีมกระวานที่ให้กลิ่นอายเครื่องเทศจางๆ พร้อมความสดชื่นจากส้มยูสุและเกลือชะเอม สร้างความแตกต่างน่าสนใจ
Grilled Yume oyster | perilla leaf kimchi | fermented fig | fig leaf oil | shisho | koji rice sauce
หอยนางรมยูเมะย่างที่เนื้อยังเนื้อฉ่ำ ห่อด้วยกิมจิใบงาโฮมเมดให้ตัวใบมีความนุ่มนวลและรสชาติกิมจิพอเบาๆ ตามด้วยมะเดื่อฝรั่งหมัก หอมสมุนไพร และซอสโคจิในน้ำมันใบมะเดื่อที่ให้รสอูมามินุ่มนวล เชฟอยากให้เป็นจานที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลและความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการปรุงของเชฟได้อย่างละเมียดละไม
Suckling Spanish lamb | agnolotti with foie gras | shrimp | truffle | parsley spinach puree | “Thae Po” jus
ใช้เป็นเนื้อส่วนท้องของลูกแกะสเปน นำไปซูวี (Sous-vide) ที่ 65 องศา นาน 24 ชั่วโมงจนเนื้อนุ่มกลิ่นเฉพาะแทบไม่เหลือและนำไปเซียร์ (Sear) ให้หนังกรอบ เสริมรสด้วยซอสที่ใช้น้ำสต๊อกของตัวแกงเองและการปรุงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแกงเทโพของไทย เสิร์ฟคู่กับพาสต้าอัญโญลอตติไส้ตับห่าน กุ้ง และทรัฟเฟิลที่ให้รสชาติเข้มข้น ตัดด้วยพูเร่ผักโขมและพาร์สลีย์ โดยรวมเป็นจานที่ให้ความรู้สึกที่หลากหลายทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัส จะบอกว่าจานนี้ทานแล้วสนุกก็คงไม่เกินจริง
Kinmedai | nduja crust | pumpkin-fennel mille feuille | pumpkin miso | algue-whey sauce
จานปลาที่โชว์เทคนิคมัตสึคาสะยากิ (Matsukasa-yaki) การราดน้ำมันร้อนลงบนหนังปลาคินเมได (Splendid Alfonsino) หรือปลากะพงแดงตาโตจนกรอบโดยที่เนื้อปลาชิ้นหนาสะใจนั้นยังคงความนุ่มชุ่มฉ่ำ เสริมรสด้วยซอสเบอร์ บลอง (Beurre Blanc) ที่ใส่กระชายลงไปเล็กน้อย พร้อมกับผักตามฤดูกาล ความชัดเจนของรสชาติเนื้อปลาและความเข้มข้นของซอสการผสมกันอย่างเข้มข้นและนุ่มนวลราบรื่นที่สุด
Songkhla river prawn | yellow curry | wild pepper leaves | white garlic emulsion | fennel confit
กุ้งแม่น้ำตัวโตส่งตรงจากสงขลา นำมาเผาจนมันกุ้งเยิ้มหอมกรุ่นและเนื้อเด้ง พร้อมเฟนเนลตุ๋นน้ำมัน ใบชะพลู เสริมรสชาติด้วยแกงเหลืองรสเข้มข้นที่นุ่มนวล และซอสกระเทียมอีมัลชัน เน้นเนื้อสัมผัสสุดคลาสสคิของกุ้งแม่น้ำสงขลาผสานไปกับเทคนิคการปรุงซอสและเครื่องในสไตล์ฝรั่งเศสสร้างความอร่อยอย่างมีระดับในแบบยุโรป
A5 Rump | yellow carrot gratin | lacto fermented plum sauce
เนื้อวากิว A5 ส่วนสะโพกให้รสสัมผัสที่นุ่มนวลและมีไขมันที่พอเหมาะ ตัดรสสัมผัสเข้มข้นของเนื้อด้วยซอสบ๊วยหมัก เสิร์ฟพร้อมกราแตงแครอทเหลือง และต้นหอม (Chives) ซอยบางๆบนไขกระดูกวัว (Bone marrow) เนื้อนุ่ม อร่อย
Sorbet in 3 contexts
Herbs / Champagne | lemon / Muscat grape
ซอร์เบต์ใน 3 รูปแบบเพื่อรีเฟรชโดยเชฟแนะนำให้เริ่มจากซอร์เบต์สมุนไพรสีเขียวที่ผสมผสานความหอมจากพาร์สลีย์ (Parsley), ทาร์รากอน (Tarragon) และเชอร์วิล (Chervil) ตามด้วยซอร์เบต์องุ่นมัสแคท (Muscat grapes) สีม่วงที่ให้ความหวานเป็นเอกลักษณ์ ปิดท้ายด้วยซอร์เบต์แชมเปญและเลมอน ที่ท็อปด้วยโฟมแชมเปญบางเบา มอบความสดชื่นและมีชีวิตชีวาในการปิดมื้อ
ห้องโอมากาเสะนี้มีชื่อว่า ‘Cellar’ เพราะตั้งอยู่ติดกับห้องเก็บไวน์ระดับพรีเมียมที่รวบรวมไวน์หายากกว่า 4,000 ขวด มีมูลค่ารวมหลายล้านริงกิตไว้ด้วยกัน โดยสามารถเดินเข้าไปชื่นชมและเลือกเฟ้นไวน์ขวดโปรดมาดื่มด่ำคู่กับมื้ออาหารได้โดยตรง มอบประสบการณ์ที่หรูหราและสมบูรณ์แบบสำหรับคนรักไวน์อย่างแท้จริง
‘Dom Pérignon Vintage 2015’
เครื่องดื่มหลักสำหรับมื้อนี้กับแชมเปญดอม เปริญง วินเทจ 2015 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความซับซ้อนและสมดุลของรสชาติ รวมไปถึงปลายฟองที่มอบสัมผัสอันแสนสดชื่นและพรีเมียม ที่ดื่มแล้วไม่ผิดหวังจากความหอมที่ละมุน เสริฟ์ในอุณหภูมิที่เย็นถึงจุดให้ความสดชื่นและรสชาติที่นุ่มนวล และต้องบอกว่า เอาอยู่กับทุกเมนูที่หลากหลายในมื้อนี้ได้อย่างสบาย
‘Lucien Le Moine Chambolle-Musigny 1er Cru “Les Charmes” 2012”
ลูเซียง เลอ มัวน์ โรงบ่มไวน์ระดับไมโคร-เนโกซิอองต์ (Micro-négociant) คุณภาพสูง ที่ผลิตเฉพาะไวน์ Grands และ Premiers Crus จาก Côte d’Or เท่านั้น โดยจะไม่ผลิตเกิน 100 ถัง (30,000 ขวด) ต่อปี เพื่อที่จะดูแลได้อย่างใกล้ชิดที่สุดในเมืองโบเน (Beaune) แคว้นเบอร์กันดี (Burgundy) ประเทศฝรั่งเศส โดยสองสามีภรรยาคุณ Mounir และ Rotem Saouma ตั้งแต่ปีค.ศ. 1999 กับไวน์แดงจากองุ่นพันธุ์ปิโนต์ นัวร์ (Pinot Noir) ในไม้โอ๊คจากป่าจูปิลล์ (Jupilles forest) โดดเด่นด้วยคาแรคเตอร์ที่ละเอียดอ่อนและหรูหราตาม กลิ่นหอมของผลไม้สีแดงสด ดอกไวโอเล็ต และมีความเป็นแร่ธาตุที่ชัดเจน ดื่มแล้วเป็นความนุ่มนวลราบรื่นที่หรูหราจริงๆ
‘Jacques-Frédéric Mugnier Nuits-Saint-Georges Premier Cru Clos de la Maréchale 2007’
ประวัติของเฟรเดอริก มูนิเยร์ ในเมืองนูอิตส์-แซงต์-ฌอร์จ เริ่มขึ้นอย่างไม่แน่ชัดในปีค.ศ. 1855 ในชื่อ “Clos des Fourches” ผ่านเรื่องราวต่างๆมากมายแม้กระทั่งการปล่อยให้เช่าที่ดินส่วนนึงยาวนานถึง 53 ปีและหมดสัญญาได้รับคืนมาในที่สุดในปีค.ศ. 2003 กลายเป็นแปลงที่ดินแบบโมโนโพล (Monopole) ไร่ในครอบครองของเจ้าเดียวที่ใหญ่ที่สุดใน Côte d’Or Côte de Nuits ไวน์แดงจากองุ่นพันธุ์ปิโนต์ นัวร์ (Pinot Noir) นุ่มนวลและลื่นไหล แต่เข้มข้นและสมบูรณ์แบบด้วยรสผลไม้ที่เข้มข้น แทนนินที่นุ่มนวลและลุ่มลึก กลิ่นหนัง ดินหลังฝน และเห็ดทรัฟเฟิล แทรกด้วยความหวานของผลไม้แห้งที่ยังคงอยู่ กลิ่นดอกไม้ที่เจือด้วยกลิ่นราสเบอร์รี่ ไอริส และไลแลคขาว นุ่มนวล สุขุม และทิ้งท้ายยาวนาน (Long finish) ที่โดดเด่นสุดๆกับกลิ่นหนังของความเป็นเบอร์กันดีอันเป็นเอกลักษณ์ ส่วนตัวแค่ดมอย่างเดียวก็มีความสุขแล้ว แล้วยิ่งได้จิบสัมผัสได้ถึงคุณภาพโครงสร้างตัวไวน์ที่ไร้ที่ติจริงๆสำหรับไวน์แดงตัวนี้
Chef Darren Chin ลงลายเซ็นลงบนเมนูไว้ให้เป็นที่ระลึกถึงความทรงจำอันยอดเยี่ยมที่ห้อง Cellar แห่งนี้
ขอขอบคุณ Chef Darren Chin, 1 Michelin Star Chef ที่มอบประสบการณ์ Fine Dining Kuala Lumpur ที่ยอดเยี่ยมที่สุด
บทสรุปของมื้ออาหารที่ห้อง ‘Cellar’ ในครั้งนี้ คงไม่ใช่เพียงแค่การได้ลิ้มรสวัตถุดิบชั้นเลิศที่ถูกปรุงแต่งด้วยเทคนิคระดับสูงเท่านั้น แต่คือการเดินทางผ่านรสชาติที่มีชีวิตชีวาและการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่ลงตัว ทุกรายละเอียดสะท้อนถึงแพสชั่นและความพิถีพิถันที่เป็นหัวใจสำคัญของ เชฟดาเรน ชิน ซึ่งทำให้ยังคงมั่นใจว่า DC Restaurant จะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่คนรักอาหารไม่ควรพลาดและสำรองที่นั่งก่อนไปทุกครั้งครับ.
ขอบคุณมากครับ
โด้
รายละเอียดอาหาร
– A personalised performance with darren chin (omakase) ราคา RM 1,400++ [Menu]
รายละเอียดร้านอาหาร
ร้าน ดีซี เรสเตอรองท์ / DC Restaurant
44, Persiaran Zaaba, Taman Tun Dr Ismail, 60000 Kuala Lumpur, Wilayah Persekutuan Kuala Lumpur, Malaysia [Malaysia] [มาเลเซีย] [TTDI, Kuala Lumpur]
18:00-23:00 (หยุดวันจันทร์)
โทร. +60 3 7731 0502, +60 1 2223 2991
website : www.restaurant-dc.com
| Quick Facts: DC Restaurant (Cellar) | |
|---|---|
| ชื่อร้าน | DC Restaurant (โดย Chef Darren Chin) |
| รางวัล | 1 Michelin Star (Michelin Guide Malaysia) |
| คอนเซปต์ | Cellar Omakase (10 ที่นั่ง) |
| ราคา | RM 1,400++ ต่อท่าน |
| พิกัด | TTDI, Kuala Lumpur, Malaysia |




