Pruek Food Gourmet: Royal Buffet 2026 Promotion
สวัสดีครับ
กลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้งกับ ‘Royal Buffet’ โปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ สุขุมวิท 49 ระดับพรีเมียมจาก Pruek Food Gourmet ที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 49 ซึ่งเคยสร้างความประทับใจจากการที่ได้มาสัมผัสและรีวิวไว้เมื่อปีที่ผ่านมา (2025) [คลิกเพื่ออ่านรีวิว] สำหรับปี 2026 นี้ ทางร้านได้จัดเมนูใหม่ๆ สลับเข้ามาซึ่งมีที่น่าสนใจและถูกใจซึ่งแทบจะไม่เคยเจอในบุฟเฟ่ต์จนต้องขอมาลองตั้งแต่ แกะรอสซินี, เป๋าฮื้อ กระเพาปลาสด ปลิงทะเลน้ำแดง, ปลาเทอร์บอตเสฉวน, นกพิราบทอด, และเมนูอื่นๆอีก 11 เมนู ในราคา 1,690 บาทสุทธิ รีวิวนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกรายละเอียดของเมนูไฮไลท์ เพื่อดูว่าการกลับมาในครั้งนี้จะยังคงครองใจสาย Foodie ได้เหมือนเดิมหรือไม่ครับ
ไฮไลท์สำคัญของ Royal Buffet ที่ Pruek Food Gourmet (2026)
กลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้งในปี 2026 กับ Royal Buffet ในราคา 1,690 บาทสุทธิ นี่คือสรุปจุดเด่นที่ไม่ควรพลาด:
-
★
Peking Pigeon (นกพิราบปักกิ่ง): เมนูเด็ดที่ทำได้เกินคาด หนังแห้งกรอบหอมเด่น เนื้อในนุ่มชุ่มฉ่ำ แนะนำให้ทานคู่กับเกลือพริกไทยเพื่อรสชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุด -
★
Royal Broth (เมนูน้ำแดง): รสชาติกลมกล่อมระดับภัตตาคารจีน จัดเต็มด้วยวัตถุดิบมงคลทั้ง หอยเป๋าฮื้อ ปลิงทะเลต้าเหลียน และกระเพาะปลาสด -
★
Premium Caviar Selection: ลิ้มลองไข่ปลาคาร์เวียร์ 3 สายพันธุ์ (Oscietra, Hybrid Kaluga, Siberian) เสิร์ฟบนน้ำแข็งเพื่อรักษาอุณหภูมิ สามารถนำมาจับคู่ทานกับหอยนางรมหรือกุ้งหวานจากเมนูอื่นๆเพื่อเพิ่มมิติของรสชาติ -
★
Signature Shellfish: หอยแครงญี่ปุ่น (Akagai) และหอยปีกนกสด (Raw Hokkigai) ที่ให้เนื้อสัมผัสกรุบเด้งและความหวานธรรมชาติอย่างชัดเจน -
★
Lamb Rossini: การยกระดับซี่โครงแกะย่าง ไร้กลิ่นสาบ ทานคู่กับตับห่าน (Foie Gras) ชิ้นหนาและทรัฟเฟิลสไลด์ เป็นเมนู Main Course ที่หาทานได้ยากในไลน์บุฟเฟ่ต์ทั่วไป
ตัวร้านเป็นห้องปรับอากาศขนาดกะทัดรัดที่ตกแต่งในสไตล์ตะวันตกที่ยังคงโดดเด่นด้วยโซฟาสีแดงเข้มตัวยาวเหมาะทั้งสำหรับการมาเป็นคู่หรือกลุ่มเพื่อนขนาดเล็ก มาพร้อมกับระบบ Smart Dining ด้วยการสแกน QR Code มาใช้ในการสั่งอาหารผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที ทำให้การสั่งอาหารต่อเนื่องรวดเร็ว ตอบโจทย์การรับประทานบุฟเฟ่ต์ได้อย่างราบรื่น
‘Oscietra, Hybrid Kaluga, Siberian‘
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยเมนูไฮไลท์อย่างไข่ปลาคาร์เวียร์ที่เสิร์ฟมาให้ลิ้มลองถึง 3 ชนิด (จำกัดท่านละ 3 tin ตินละ 10 tin) โดยวางมาบนน้ำแข็งเพื่อรักษาอุณหภูมิความเย็น แต่มีข้อแนะนำเล็กน้อยคือคอยสังเกตุตัวน้ำแข็งที่เริ่มละลายเป็นระยะ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซึมเข้าไปในตินจนเสียรสชาติ คาร์เวียร์ทั้ง 3 แบบมีความโดดเด่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่:
1. Royal Oscietra Caviar (ตินสีฟ้า): จากสายพันธุ์รัสเซียสเตอร์เจียน (Russian Sturgeon) ให้รสชาติที่มีมิติ มีความหอมมันติดปลายนิ้ว
2. Hybrid Kaluga Caviar (ตินสีแดง): สายพันธุ์ผสมระหว่างปลาสเตอร์เจียนคาลูกา (Kaluga Sturgeon) และ ปลาสเตอร์เจียนชเรนกิ (Schrenckii Sturgeon) ที่กำลังเป็นที่นิยม
ให้สัมผัสที่แน่นและรสชาติเข้มข้นชัดเจน
3. Siberian Caviar (ตินสีเขียว): จากสายพันธุ์ไซบีเรียนสเตอร์เจียน (Acipenser baerii) ให้ความเค็มอ่อนๆ และสัมผัสที่นุ่มนวล
เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงมาตรฐานครบชุด ทั้งเลมอนสด, Sour Cream, แผ่นแป้งบลินี (Blinis), ไข่ขาวและไข่แดงสับ และหอมแดงสับ แต่ไม่ลืมลองชิมไข่ปลาคาร์เวียร์แบบเปล่าๆกันดูก่อน แนะนำ
ส่วนตัวคุ้นเคยกับไข่ปลาคาร์เวียร์ทั้งสามสายพันธุ์นี้อยู่แล้วจึงเลือกมาสร้างสีสันในการทานด้วยการทำ ‘Food Pairing’ กับวัตถุดิบในเมนูอื่นแทนซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นช่วยยกระดับมิติของรสชาติให้อร่อยและสนุกขึ้นมาก อย่างเช่น:
💡 Web Check’s Signature Pairing Tips
เพิ่มมิติความอร่อยให้คุ้มค่ากว่าเดิม ด้วยการนำคาร์เวียร์มาทานคู่กับวัตถุดิบไฮไลท์ในไลน์บุฟเฟ่ต์:
-
•
Caviar x Oyster:
คาร์เวียร์กับหอยนางรมสด ช่วยเสริมรสสัมผัสแห่งท้องทะเล (Oceanic Scent) ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ความเค็มอ่อนๆ ของไข่ปลาไปตัดกับความหวานฉ่ำของหอยได้อย่างลงตัว -
•
Caviar x Sweet Shrimp (Budo Ebi):
กุ้งหวานที่มีความหนึบและหวานธรรมชาติผสมผสานไปกับคาร์เวียร์ทำให้ได้รสสัมผัสที่หรูหรามีมิติมากกว่ากุ้งหวานที่อร่อยถูกปากดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น -
•
Caviar x Zuwaigani Shell Rice:
ท็อปคาร์เวียร์ลงบนข้าวหน้าปูซูไวและอูนิ ความหอมมันของมันปูและอูนิเมื่อเจอกับคาร์เวียร์ ยิ่งทำให้มีความนัวที่ซับซ้อนและพรีเมียมแบบทวีคูณ
ถือเป็นเทคนิคส่วนตัวที่อยากแนะนำให้ลองทำกันดูเพราะจะทำให้การทานบุฟเฟ่ต์มื้อนี้ไม่จำเจและได้รับรสชาติที่แปลกใหม่ในแบบฉบับของตัวเราเอง
‘Mazare, Budo Ebi, Shima Aji & Madai‘
‘Akagai, Raw Hakkigai & Oyster‘
เนื้อปลา Shima Aji, Madai และ Mazara ส่วนตัวรู้สึกว่าการหั่นเนื้อปลายังไม่คมกริบเท่าที่ควร แม้จะหั่นมาในขนาดพอดีคำแต่เนื้อสัมผัสยังไม่ค่อยโดนใจนัก ทางด้านกุ้งหวาน Budo Ebi พบว่าขนาดตัวเล็กลงกว่าปีที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพในเรื่องของรสชาติและเนื้อสัมผัสไว้ได้เป็นอย่างดี และไฮไลท์ที่ยกให้ในจานนี้ก็คือกลุ่มหอยที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก ทั้งในเรื่องของเนื้อสัมผัสที่กรุบเด้งรสชาติความหวานและความสดชื่นที่เป็นธรรมชาติซึ่งประทับใจมากเป็นพิเศษ
‘Akagai, Raw Hakkigai & Oyster‘
สั่งมาต่างหากกับเมนูหอยที่วัตถุดิบทั้งสามชนิดยังคงทำผลงานได้น่าประทับใจมากทั้ง Akagai (หอยแครงญี่ปุ่น) และ Raw Hokkigai (หอยปีกนกสด) ที่แม้จะหั่นเป็นริ้วเล็กไปหน่อย แต่ก็ยังมอบเนื้อสัมผัสที่กรุบเด้งสู้ฟันอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมความหวานตามธรรมชาติที่โดดเด่นชัดเจน ส่วนหอยนางรมสดถึงจะตัวขนาดตัวเล็กหน่อยแต่คุณภาพโดยรวมนั้นดีถือเป็นชุดเมนูที่ชอบมากๆ แนะนำ
‘Zuwaigani Shell Rice‘
เป็นเมนูที่ทำให้รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ด้วยความ ‘ไม่ตรงปก’ จากเนื้อปูก้อนเป็นเนื้อปูฉีก ซ้ำด้วยการราดคานิมิโซะ (มันปู)อย่างไรก็ตาม หากมองข้ามเรื่องภาพในเมนูไปและพิจารณาในฐานะจานอาหารหนึ่งจาน ก็ต้องยอมรับว่ายังคงทำออกมาได้ตามมาตรฐานที่ดี
‘Royal Broth (Sea Cucumber, Abalone, Fish Maw)‘
ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักในมื้อนี้ ตัวจานเสิร์ฟมาในปริมาณที่เหมาะสมกำลังดี ไม่ตัดกำลังจนเกินไป หอยเป๋าฮื้อขนาดเต็มคำมีเนื้อแน่นหนึบ ปลิงทะเลต้าเหลียนขนาดพอดีคำที่ให้สัมผัสนุ่มนวลตามมาตรฐานที่คาดหวัง กระเพาะปลาสดเนื้อนุ่มนิ่มสม่ำเสมอกันดีทั่วทั้งชิ้น แต่สิ่งที่ทำให้เซอร์ไพรส์ที่สุดคือตัวน้ำแดง ซึ่งปรุงออกมาได้ดีเกินคาด ทั้งในแง่ของกลิ่น รสชาติที่กลมกล่อม และความข้นหนืดของเนื้อสัมผัสที่ทำออกมาได้ไร้ที่ติ แล้วยิ่งที่นี่ไม่ใช่ร้านอาหารจีนโดยเฉพาะแต่กลับทำเมนูน้ำแดงออกมาได้ดีขนาดนี้ ผลลัพธ์คือความประทับใจจนต้องสั่งมาซ้ำถึง 3 จาน เป็นเมนูที่ไม่อยากให้พลาดจริงๆ แนะนำ
กระเพาะปลาสดลายปล้องนี้คือ ‘กล้ามเนื้อธรรมชาติ’ ของถุงลมปลา (Swim Bladder) ในกลุ่มปลาขนาดใหญ่ ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบมีความยืดหยุ่นสูง และยังคงคอลลาเจนไว้อย่างเต็มเปี่ยม
‘Sichuan hot & sour Turbot‘
เสิร์ฟมาให้แบบทั้งตัวกับขนาดกำลังดีสำหรับการแบ่งกันชิม 2-3 คน หรือจะทานคนเดียวก็ยังไหว จุดเด่นที่สุดของจานนี้ต้องยกให้เนื้อสัมผัสของปลาเทอร์บอทที่มีความเนียนแน่นและนุ่มนวลสม่ำเสมอกันดีทั้งตัว ในส่วนของการปรุงรสสไตล์เสฉวนนั้น ปรุงมาแบบให้มีความเข้มข้นในระดับที่พอมีรสมีชาติ (Mildly Spicy & Sour) ทำให้เป็นจานที่ทานง่าย สบายลิ้น และสามารถทานได้เรื่อยๆ อย่างราบรื่นจนหมดจาน แนะนำ
‘Lamb Rossini‘
ถือเป็นเมนูที่หาทานได้ยากที่ปกติเรามักจะคุ้นเคยกับการใช้เนื้อวัวแต่ทางร้านเลือกใช้เป็นซี่โครงแกะขนาดชิ้นมาตรฐานกำลังดี ที่กลิ่นเฉพาะตัวของแกะแทบไม่หลงเหลือกลิ่นมารบกวน จับคู่กับตับห่าน (Foie Gras) มีการปรุงมาแบบสุกเต็มที่ (Well Done) ทำให้เนื้อแกะมีความแข็งขึ้นแต่ไม่เหนียว เช่นเดียวกับตับห่านชิ้นหนาขนาดดูดีที่ปรุงมาสุกเต็มที่เช่นกัน หากใครที่ชอบเนื้อสัมผัสที่มีความฉ่ำ (Juicy) แนะนำตอนสั่งให้โน๊ตว่าไม่ปรุงสุกจนเกินไป และสำหรับเครื่องเคียงอย่างมันบดเนื้อเนียนและผักเคียงนั้นทำออกมาได้มาตรฐานที่ดี ช่วยตัดรสสัมผัสที่เข้มข้นของแกะและตับห่านได้อย่างลงตัว
‘Peking Pigeon Wraps‘
นกพิราบสไตล์เป็ดปักกิ่ง อีกหนึ่งเป้าหมายหลักในการมาเยือนครั้งนี้ และต้องบอกว่าผลลัพธ์นั้นเกินความคาดหมายไปมากกับขนาดตัวนกพิราบที่ดูดี โดดเด่นสุดๆกับกลิ่นหอมที่ขึ้นมาตั้งแต่กัดคำแรกอย่างชัดเจน หนังนกพิราบทำออกมาได้แห้งกรอบได้ใจมาก ในขณะที่เนื้อด้านในยังคงความนุ่มนวล ไม่แห้งกระด้าง แม้ทางร้านจะเสิร์ฟมาพร้อมแผ่นแป้งและเครื่องเคียงผักตามแบบฉบับเป็ดปักกิ่ง รวมถึงน้ำจิ้มรสหวาน แต่ส่วนตัวมองว่าตัวนกพิราบนั้นอร่อยด้วยตัวเองจนไม่จำเป็นต้องทานคู่กับอะไรแล้ว แต่หากต้องการดึงรสชาติให้ชัดเจนขึ้นไปอีก การจิ้มเกลือพริกไทยคือทางเลือกที่คลาสสิกและเข้ากันที่สุด ช่วยชูรสเนื้อนกให้เด่นล้ำขึ้นมาทันที ถือเป็นเมนูที่ทำได้ดีจนน่าประหลาดใจ และเป็นจานที่ยกให้เป็น Must-try ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง แนะนำ
ราคาบุฟเฟ่ต์ปกติจะรวมเครื่องดื่ม Soft Drink ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่สามารถเพิ่มเงินอีก 390 บาทสุทธิกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ไม่อั้น (Free Flow) ซึ่งครอบคลุมทั้ง Sparkling Wine, Red Wine, White Wine และเหล้าประเภทต่างๆ โดยเป็นแบบบริการตนเองทำให้หมดกังวลเรื่องเครื่องดื่มขาดตอนไปได้เลย
– Sparkling Wine เป็นเครื่องดื่มหลักที่ดื่มง่ายและเข้ากับทุกเมนูได้ดี
– Red Wine: รสสัมผัสไปได้ดีกับเมนู Lamb Rossini และนกพิราบ
– White Wine: ส่วนตัวยังไม่ค่อยประทับใจนัก เนื่องจากอุณหภูมิในการเสิร์ฟยังไม่ได้ที่
– Spirits: แม้จะไม่ได้ในมื้อนี้ แต่แบรนด์ที่นำมาให้บริการถือว่าใช้ของโอเคเลย
ครบปีพอดีกับการกลับมาลิ้มลอง ‘Royal Buffet’ ที่ Pruek Food Gourmet ในปี 2026 นี้ ยังคงเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา 1,690 บาทสุทธิ แม้จะมีบางเมนูที่อาจจะไม่ตรงตามความคาดหวังจากรูปภาพในเมนูร้านไปบ้าง หรือบางวัตถุดิบมีการปรับเปลี่ยนขนาดลง แต่ในภาพรวมทางร้านยังคงโดดเด่นมากในเรื่องเมนูพิเศษอย่าง นกพิราบทอด, เมนูน้ำแดง และวัตถุดิบกลุ่มหอยสดที่ทำออกมาได้ดีไร้ที่ติ ด้วยบรรยากาศที่นั่งสบายในห้องแอร์ขนาดกะทัดรัด เพิ่มเติมด้วยระบบสั่งอาหารออนไลน์ที่รวดเร็ว ที่นี่จึงยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับสายบุฟเฟ่ต์พรีเมียมที่ต้องการความคุ้มค่าในเชิงคุณภาพวัตถุดิบและรสชาติที่แตกต่างครับ.
ขอบคุณมากครับ
โด้
สิ่งที่ควรทราบ
• ขนาดของวัตถุดิบ:
จากการสังเกตพบว่ากุ้งหวาน Budo Ebi ในปีนี้มีขนาดตัวที่เล็กลงเมื่อเทียบกับรอบก่อน แต่คุณภาพความสดและรสชาติยังคงดี รวมถึงเมนูข้าวหน้าปูซูไวที่มีความ “ไม่ตรงปก” ในแง่ของหน้าตาอาหาร (ใช้เนื้อปูฉีกแทนเนื้อปูก้อน)
• ระดับความสุก (Doneness):
เมนูย่าง Lamb Rossini และตับห่าน ถูกปรุงมาแบบ Well Done ซึ่งอาจจะแห้งไปสำหรับบางท่าน แนะนำให้ระบุความต้องการตอนสั่งผ่านระบบ QR Code เพื่อให้ได้ระดับความสุกที่ถูกใจที่สุด
• อุณหภูมิเครื่องดื่ม:
สำหรับท่านที่เลือกแพ็กเกจ Free Flow ไวน์ขาวอาจจะยังทำอุณหภูมิได้ไม่เย็นจัดในบางช่วง
| ข้อมูลโปรโมชั่น | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อโปรโมชั่น | Royal Buffet 2026 (Pruek Food Gourmet) |
| ราคาแพ็กเกจ | 1,690 บาทสุทธิ (รวมเครื่องดื่ม Soft Drink) |
| Option เสริม | Free Flow Alcohol +390 บาทสุทธิ |
| ระยะเวลาโปรโมชั่น | วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2569 |
| สำรองที่นั่งทางออนไลน์ก่อนไปทุกครั้งเท่านั้น | [สำรองที่นั่ง] |
รายละเอียดร้านอาหาร
ร้าน พฤกษ์ ฟู้ด / Pruek Food Gourmet
129/8 ซอยสุขุมวิท 49 (ซอยกลาง) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110 [เขตวัฒนา]
129/8 Soi Sukhumvit 49, Sukhumvit Rd., Khlong Toei Nuea, Wattana, Bangkok 10110 Thailand
12:00-22:00
โทร. 08-8080-8100
| Pruek Food Gourmet (Royal Buffet) | |
|---|---|
| ชื่อร้าน | Pruek Food Gourmet |
| ชื่อโปรโมชั่น | Royal Buffet [All You can Eat / a la carte buffet] |
| ราคา | 1,690 บาทสุทธิต่อท่าน |
| ระยะเวลา | ตั้งแต่วันนี้-31 กรกฎาคม 2569 |
| พิกัด | ซอยสุขุมวิท 49 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) – Pruek Food Gourmet
Q: Royal Buffet 2026 ราคาเท่าไหร่และรวมอะไรบ้าง?
A: ราคา 1,690 บาทสุทธิ ต่อท่าน รวมบุฟเฟ่ต์อาหารพรีเมียมและเครื่องดื่ม Soft Drink นาน 2 ชั่วโมงเต็ม
Q: เมนูไฮไลท์ที่ห้ามพลาดของปี 2026 คืออะไร?
A: แนะนำนกพิราบทอดสไตล์ปักกิ่ง, แกะรอสซินี (Lamb Rossini), และเมนูน้ำแดง (Royal Broth) ที่มีทั้งเป๋าฮื้อและปลิงทะเล
Q: ต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้าหรือไม่?
A: จำเป็นต้องสำรองที่นั่งผ่านระบบออนไลน์ของทางร้านเท่านั้น ไม่รับ Walk-in สำหรับโปรโมชั่น Royal Buffet
Q: ร้าน Pruek Food Gourmet ตั้งอยู่ที่ไหน มีที่จอดรถไหม?
A: ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 49 (ซอยกลาง) มีที่จอดรถที่ Town Hall Sukhumvit 49




