The House on Sathorn
สวัสดีครับ
เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่เดียวกับโรงแรม W Hotel Bangkok บนถนนสาทรเหนือ โดยใช้คฤหาสน์เก่าที่สร้างในปีพ.ศ. 2438 (ค.ศ. 1895) เริ่มจากหลวงสาทรราชายุตก์หรือเจ้าสัวยมผู้รับเหมาขุดคลองในพระนครช่วงยุศสมัยของรัชกาลที่ 5 ต่อมาในพ.ศ. 2467 ถูกแปลงสภาพให้เป็นโรงแรม โฮเต็ล รอแยล (Hotel Royal) และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงแรมไทยแลนด์” ในพ.ศ. 2477 ตามด้วยเป็นสถานเอกอัครราชทูตสหภาพแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต (สถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย) ในช่วงปีพ.ศ. 2491 ถึง 2542 ปัจจุบันเป็นร้านอาหารและบาร์ในชื่อ เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร กับคฤหาสน์สวยหลังใหญ่สไตล์นีโอคลาสสิกที่ผ่านกาลเวลามาถึง 122 ปี การันตรีความอร่อยระดับเอเชียด้วย อันดับที่ 36 จาก Asia’s 50 Best Restaurants 2017 sponsored by S.Pellegrino & Acqua Panna จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ไปพร้อมๆกันเลยครับ

ต้อนรับด้วยส่วนของ เดอะ บาร์ กับบรรยากาศหรูหราสวยงามมีระดับที่เปิดให้บริการตั้งแต่เที่ยงวัน ดังนั้นถ้าจะทานมื้อเย็นก็สามารถมาก่อนเวลามานั่งดื่มค็อกเทลและเครื่องดื่มต่างๆได้เลย มีที่นั่งทั้งที่บาร์ โซฟาชุดใหญ่ หรือห้องส่วนตัวก็มีให้บริการ

ค็อกเทลที่นี่แก้วใหญ่ชงได้หอมรสกลมกล่อมดีมากและซ่อนความแรงได้เป็นอย่างดี ลองบอกกับทางพนักงานได้เลยว่าอยากได้เครื่องรสชาติประมาณไหน เดอะ บาร์ เป็นอีกหนึ่งที่ที่ชงค็อกเทลได้ถูกใจโด้มากๆ แนะนำ

และห้องข้างๆจะเป็นห้องอาหารหลัก เดอะ ไดนิ่ง รูม ที่เปิดให้บริการเฉพาะมื้อค่ำเท่านั้น (หกโมงเย็นเป็นต้นไป) ขนาดจะไม่ใหญ่ โดดเด่นด้วยที่นั่งแบบเค้าเตอร์บาร์ยิงยาวนั่งได้ประมาณเกือบ 15 คน กับบรรยากาศสไตล์ยุโรปของเดิมที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ผสมกับการออกแบบตกแต่งใหม่ที่แฝงความทันสมัยได้อย่างกลมกลืน ส่วนเรื่องแสงที่นี่จะไม่มืดนักเพื่อจะได้ชมลีลาของเชฟในการปรุงอาหารที่บริเวณเค้าเตอร์ได้อย่างชัดเจนและเพลิดเพลิน

เดอะ ไดนิ่ง รูม ได้เชฟใหญ่คือ Chef Fatih Tutak เชฟเกิดและโตที่อิสตันบูล (Istanbul) ประเทศตุรกี (Turkey) ผ่านประสบการณ์มามากมายหลายประเทศไม่ว่าจะเป็น Qingdao, Beijing, Tokyo, Singapore, Denmark และ Hong Kong โดยมีทั้งระดับมิชลิน 3 ดาวและโรงแรมระดับ 5 ดาว และสำหรับที่ เดอะ ไดนิ่ง รูม แห่งนี้เชฟมีแรงบันดาลใจที่จะนำเสนออาหารเตอร์กิชในแนวใหม่ Modern Turkish Influenced innovative cuisine เพื่อที่จะให้ทุกๆคนได้ลองชิมอาหารเตอร์กิชที่หาทานยากในประเทศไทย สำหรับอาหารที่นี่จะให้บริการเป็นอาหารชุดเท่านั้นจะไม่มีตามสั่งให้เลือก
ขนมปังโฮมเมดผิวกรอบเนื้อในเหนียวนุ่มหอมทาเนยและน้ำผึ้งเพิ่มกลิ่นและรสชาติที่นุ่มนวลกลมกล่อมแบบสุดๆ

‘dolma / hokkaido sea urchin / oscietra caviar’
ได้แรงบันดาลใจจากซูชิใช้เป็นสาหร่ายสดพันวางท๊อปด้วยไข่หอยเม่นและปิดด้วยไข่ปลาคาเวียร์ ขนาดชิ้นเต็มๆคำมีความหอมมันเข้มข้นชัดเจนแต่ยังคงรักษาความนุ่มนวลไว้อยู่ อร่อยถูกปากมาก

‘babaganoush / tart / za’atar’
ขนาด 2-3 คำใช้หยิบทานได้เลย ตัวเนื้อเป็นครีมเนียนนุ่มรสกลมกล่อมเบาๆสดชื่นนิดๆ

‘bosphorus black mussel / taratot / shell’
ตัวแป้งบางกรอบหอมละมุนภายในหอยเนื้อฉ่ำ รองด้วยแป้งกรอบที่เลียนแบบรูปทรงของเปลือกหอย เมนูนี้จะเน้นเรื่องความกรอบเป็นหลักซึ่งทำได้ละมุนดีมากๆ

‘cig borek / wagyu beef / onion’
นำเสนออยู่ในกล่องกระดาษด้วยแป้งกรอบบางตามด้วยความเหนียวนุ่มไส้เนื้อวากิวสับหอมเครื่องรสเข้มข้นสไตล์เตอร์กิช ทานแล้วนึกถึงอาหารกรีชอยู่เหมือนกัน

‘shakshyka free-ranged egg / spinach / cemen’
เมนูนี้จะใช้ช้อนไม้ตักเครื่องต่างๆที่อยู่ในเปลือกไข่ เนื้อจะมีทั้งความเนียนนุ่มและกรุบๆแกล้มด้วยผักสด โดยรวมจะออกหอมมันและกรีนๆหน่อย

‘tuna belly from tsukji / byzantine garum / 24k onion’
เนื้อชิ้นพอดีคำหนานุ่มฉ่ำรองด้วยซอสรสเข้มข้นทานแกล้มกับแผ่นทองคำกรอบๆ

‘manti / eggplant / mint butter / kaymak’
เป็นสูตรพิเศษจากคุณแม่ของเชฟ โดดเด่นที่ตัวแผ่นแป้งสุกแบบอัล เดนเต้ (Al dente) ถูกใจมากตัวไส้เครื่องหอมรสกลมกล่อม เสริมกลิ่นรสให้มีความหนักแน่นเพิ่มขิ้นด้วยครีมซอสต้องทานทุกอย่างพร้อมๆกันจะได้อร่อยครบทุกรส

‘andaman rock lobster / sujuk / sabayon’
เนื้อกั้งหวานแน่นหนึบหนับได้ใจสุดๆปรุงรสมาอ่อนๆพอหอมๆต้องเสริมรสด้วยซอสเนื้อข้นปรุงรสเข้มข้นเข้ากับกั้งได้ดีมากๆ

‘royal pigeon / antep pistachio / summer chemes leek’
เมนูนกพิราบจานนี้ให้อารมณ์เหมือนนกพิราบสื่อสารที่ถูกเชฟ Fatih จัดการมาทำเป็นอาหาร กับส่วนอบนกพิราบชิ้นหนาหนังกรอบหอมเนื้อในฉ่ำกลิ่นเฉพาะพอมีบางๆ ส่วนน่องเหนียวหนึบหนับทานเพลินสุดๆ ตัวซอสที่แทนเลือดออกหวามเค็มนัวๆเสริมรสเนื้อแบบพอดีบพอดี และต้องทานคู่กับซอสถั่วพิสตาชิโอที่ทั้งหอมมันเสริมรสขึ้นมาอีกได้ดีมากๆ ชอบมากเมนูนี้

‘nagano grapes / yoghurt / atsina’
เป็นเมนูของหวานที่ใส่ในถ้วยน้ำแข็งราดซอสเวลาทานให้คนทุกอย่างเข้าด้วยกันตัวผงก็จะเกาะกับหนึบๆหวานหอมเบาๆสดชื่นแปลกๆดี

‘chestnut / turkish coffee’
แป้งทาร์ตเนื้อดีไส้เกาลัคหอมมันไม่หวานมากจะเน้นที่ความกรอบหอมมันเป็นหลัก

”SWEET END
ปิดท้ายด้วยช็อคโกแล็ตที่แขวนอยู่บนต้นไม้ แทนคำขอบคุณจากเชฟและทีมงาน

บรรยากาศสไตล์ตะวันตกสวยงามคลาสสิคดูดีมีระดับมากๆ อาหารที่นี่จะให้บริการเป็นแบบอาหารชุดเท่านั้น มีการใช้วัตถุดิบที่หลากหลายมากๆและใช้วัตถุดิบระดับพรีเมี่ยมแน่นอน การตกแต่งจานสวยงามดูดีมีรสนิยมผ่านการปรุงด้วยวิธีต่างๆทำให้แต่ละจานมีเสน่ห์แตกต่างกันไป รสชาติโดยรวมจะออกหอมมันมีบอดี้ที่ออกมากลมกล่อมนุ่มนวล เป็นร้านที่อยากแนะนำให้มาลองเปิดประสบการณ์อาหารเตอร์กิชที่รับรองว่าถ้าทานอาหารตะวันตกปรกติได้มาที่นี่ก็ทานง่ายทานสบายแน่นอนครับ.
ขอบคุณมากครับ
โด้
รายละเอียดร้านอาหาร
ร้าน เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร / The House on Sathorn
โซน The Dining Room
18:00-22:30
จำกัดอายุ 12 ปีขึ้นไป
โซน The Courtyard
12:00-24:00 (AFTERNOON TEA 14:30-17:30)
ไม่จำกัดอายุ
โซน The Bar
12:00-24:00 (อา.-พฤ.)
12:00-02:00 (ศ.-ส.)
จำกัดอายุ 20 ปีขึ้นไป
106 ถนนสาทรเหนือ สีลม บางรัก กรุงเทพ 10500 [เขตบางรัก]
106 Sathon Nuea Rd., Silom, Bang Rak, Bangkok 10500 Thailand
โทร. 0-2344-4025
website : www.thehouseonsathorn.com



