
CLUB RUBY, AIDEN SURAWONG BANGKOK
THE JEWEL COLLECTION : Exclusive Dinner with the Owner
สรุปไฮไลท์ดินเนอร์ Four Hands : Club Ruby
รีวิวคอร์สอาหารสุดพิเศษ THE JEWEL COLLECTION จากการแท็กทีมระหว่างห้องอาหาร Club Ruby และ เชฟเคน-วัชรวีร์ ถ่ายทอดประวัติศาสตร์โรงงานจิวเวลรี่เดิม เสิร์ฟพร้อมไวน์ Coppo จากอิตาลี
-
📍 สถานที่:
ห้องอาหาร Club Ruby (ชั้น 7) โรงแรม Aiden Surawong Bangkok -
👨🍳 ไฮไลท์:
มื้อพิเศษร่วมกับ เชฟเคน-วัชรวีร์ (Club Master Chefs Thailand) เพื่อเสริฟ์เจ้าของโรงแรม -
🍷 เครื่องดื่ม:
Coppo Wine Pairing (Piedmont, Italy) โดย Boozia Distribution
REVIEW HIGHLIGHTS : ความประทับใจที่ไม่ควรพลาด
-
✦
คอนเซ็ปต์ทรงคุณค่า (Storytelling): เมนู “THE JEWEL COLLECTION” ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของสถานที่ซึ่งเคยเป็นโรงงานผลิตจิวเวลรี่ มาเจียระไนเป็นคอร์สอาหารมื้อค่ำได้อย่างมีมิติ -
✦
ประสบการณ์ Four Hands ระดับตำนาน: การคอลแลบระหว่างเชฟใหญ่ Club Ruby และ เชฟเคน-วัชรวีร์ (ประธานคลับมาสเตอร์เชฟประเทศไทย) ที่ลงมาร่วมอธิบายแรงบันดาลใจด้วยตัวเองอย่างอบอุ่น -
✦
Coppo Wine Pairing ระดับมรดกโลก: จับคู่กับไวน์อิตาลีระดับตำนานจากแคว้น Piedmont (ก่อตั้งปี 1892) นำเข้าโดย Boozia Distribution ที่ช่วยชูรสชาติอาหารแต่ละคอร์สได้อย่างสมบูรณ์แบบ -
✦
จานเด็ดห้ามพลาด (Signature Dish): CRYSTAL SCALLOP หอยเชลล์ฮอกไกโด Butter-confit ทานคู่ซอส Champagne beurre blanc และขนมปังที่ใช้แป้งจากฝรั่งเศสเนื้อนุ่ม เป็นการจับคู่รสสัมผัสที่เข้มข้นนุ่มลึกไร้ที่ติ -
✦
วัฒนธรรมการดื่มแบบ Digestif: ปิดท้ายค่ำคืนอย่างสมบูรณ์แบบด้วย Morris Australian Single Malt Whisky คู่กับกาแฟเอสเปรสโซเข้มข้น เติมเต็มมื้ออาหารตามวิถีตะวันตกอย่างแท้จริง
LINEUP SUMMARY : สรุปเมนูอาหารและไวน์จับคู่
| ลำดับ (Course) | เมนูอาหาร (Food) | เครื่องดื่มจับคู่ (Beverage Pairing) |
|---|---|---|
| Welcome | Welcome Canape (คานาเป้ทานเล่น) | Ruby Welcome Mocktail |
| Course 1 | RUBY TOMATO สลัดคาเปรเซ่ลอกผิวสอดไส้มูสชีสนมวัวสด |
LUIGI COPPO ALTA LANGA PAS DOSÉ 2021 Metodo Classico Sparkling Wine |
| Course 2 | CRYSTAL SCALLOP หอยเชลล์ฮอกไกโด Butter-confit เสิร์ฟคู่ขนมปังฝรั่งเศส |
LUIGI COPPO ALTA LANGA PAS DOSÉ 2021 Metodo Classico Sparkling Wine |
| Course 3 | RUBY GARDEN สลัดกุ้งลายเสือ น้ำสลัดวิเนเกรตต์ทับทิม |
COPPO GAVI LA ROCCA 2024 White Wine (Cortese 100%) |
| Course 4 | PEARL VELOUTÉ ซุปครีม Jerusalem Artichoke ท็อปฟองโฟมไวท์ทรัฟเฟิล |
– |
| Course 5 | BEETROOT LINGUINE WITH TERIYAKI TUNA พาสต้าลิงกัวนีบีทรูท ย่างทูน่าซอสเทริยากิ |
COPPO LANGHE NEBBIOLO 2023 Red Wine (Nebbiolo 100%) |
| Main Course |
SNOW FISH “SAPPHIRE” หรือ AUSTRALIAN BEEF TENDERLOIN “RUBY RESERVE” |
COPPO POMOROSSO NIZZA 2021 Flagship Red Wine (Barbera 100%) |
| Dessert | POACHED PEAR ลูกแพร์ตุ๋นไวน์ขาว เครปซูเซตต์ ไอศกรีมวานิลลา |
COPPO MONCALVINA MOSCATO 2024 Sweet Dessert Wine (Moscato 100%) |
| Digestif | Espresso Coffee | Morris Australian Single Malt Whisky Series Tokay / Muscat / Signature / 36 South |
สวัสดีครับ
รีวิวนี้จะพามาสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยในมื้อค่ำสุดพิเศษที่จัดขึ้นโดยครอบครัวเจ้าของ AIDEN SURAWONG BANGKOK โรงแรมสุดฮอตที่เป็นกระแสมาแรงที่สุดบนถนนสุรวงศ์ตั้งแต่เปิดตัว โดยมื้อนี้เป็นการร่วมมือรังสรรค์เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟระหว่างเชฟใหญ่ประจำห้องอาหาร Club Ruby และเชฟรับเชิญพิเศษระดับตำนาน เชฟเคน-วัชรวีร์ วิเสทโภชนาทิพย์ ซึ่งจะถ่ายทอดจินตนาการผ่านคอนเซ็ปต์ “THE JEWEL COLLECTION” บทเพลงแห่งรสชาติที่ร้อยเรียงขึ้นเพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์และเรื่องราวอันทรงคุณค่าของสถานที่แห่งนี้ ซึ่งในอดีตเคยเป็นโรงงานผลิตจิวเวลรี่และเครื่องประดับชั้นนำครับ
เชฟเคน เชฟรับเชิญพิเศษได้เข้ามาพูดคุยและถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของการออกแบบเมนูในมื้อนี้แก่ครอบครัวเจ้าของโรงแรม เอเดน สุรวงศ์ กรุงเทพด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด การบอกเล่าถึงแรงบันดาลใจในการตีความคอนเซ็ปต์ “THE JEWEL COLLECTION” ซึ่งดึงเอาเสน่ห์และประวัติศาสตร์ของสถานที่ซึ่งเคยเป็นโรงงานผลิตจิวเวลรี่มาเจียระไนให้มาเป็นเมนูอาหารช่วยเพิ่มมิติและคุณค่าให้กับทุกคำที่ได้จะลิ้มลองกันในครั้งนี้
ต้อนรับด้วย Welcome Drink ม็อกเทลสูตรพิเศษที่โดดเด่นด้วยโทนสีแดงก่ำส่องประกายดั่งอัญมณี รสชาติเปรี้ยวหวานกลมกล่อมที่ตัดกันได้อย่างพอดี ดื่มแล้วเย็นสดชื่น
เสริฟ์พร้อมกับคานาเป้ ขนาดพอดีคำสำหรับทานเล่นเพื่อเรียกน้ำย่อยในระหว่างรอเข้าประจำโต๊ะอาหาร
เมื่อเข้าประจำที่นั่ง ความประทับใจแรกสัมผัสได้อย่างชัดเจนผ่านการออกแบบตกแต่งภายในของห้องอาหาร Club Ruby ที่มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พื้นที่ถูกออกแบบในสไตล์โอ่อ่าด้วยเพดานสูงโปร่งทรงโค้งสไตล์อาร์ช (Arch) ผสานกับการใช้โทนสีที่ให้ความรู้สึกหรูหราอย่างมีระดับ การจัดวางโต๊ะอาหารและองค์ประกอบต่างๆ ทำได้อย่างประณีตเป็นระเบียบเรียบร้อย เพียงแค่นั่งชมรายละเอียดงานดีไซน์รอบๆ ตัวก็มีความสุขแล้ว ถือเป็นทัศนียภาพที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารในมื้อนี้ได้เป็นอย่างดี
เครื่องดื่มหลักที่นำมารังสรรค์จับคู่กับอาหารในมื้อค่ำสุดพิเศษนี้ เป็นไวน์ซีรีส์ชั้นเลิศจาก Coppo แบรนด์ผู้ผลิตไวน์ระดับตำนานแห่งแคว้นพีดมอนต์ (Piedmont) ประเทศอิตาลี ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและทรงคุณค่า โดยก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1892 (พ.ศ. 2435) ในเมืองคาเนลลี (Canelli) นับเป็นหนึ่งในโรงไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดของอิตาลีที่ยังคงดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่อง โดดเด่นด้วยอุโมงค์บ่มไวน์ใต้ดิน “Underground Cathedrals” อันวิจิตรขุดด้วยมือ ซึ่งได้รับยกย่องให้เป็นพื้นที่มรดกโลกโดย UNESCO ไวน์ของ Coppo ได้รับการยอมรับในระดับสากลทั้งด้านโครงสร้าง รสสัมผัสอันประณีต ซับซ้อน และการแสดงออกถึงอัตลักษณ์ของเทร์รัวร์ (Terroir) ไดัอย่างดีเยี่ยม
ไวน์ซีรีส์นี้ได้รับการนำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยโดย บริษัท บูเซีย ดิสทริบิวชั่น จำกัด (Boozia Distribution Company Limited) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มระดับพรีเมียม ไวน์หรู สุรา และเบียร์ชั้นนำ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2560 (ค.ศ. 2017) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการคัดสรรเครื่องดื่มคุณภาพสูงจากทั่วโลก เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การรับประทานอาหารมื้อนี้ให้มีความสมบูรณ์แบบในทุกมิติ
RUBY TOMATO
เริ่มต้นคอร์สแรกด้วยเมนูกับการนำเมนูอิตาเลี่ยนคลาสสิคอย่างสลัดคาเปรเซ่ (Caprese Salad) มาตีความใหม่ได้อย่างงดงามและประณีต โดยใช้เทคนิค Slow-peeled ลอกผิวลูกมะเขือเทศออกอย่างช้าๆ ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่เนียนราบรื่นเป็นพิเศษ ด้านในอัดแน่นด้วยมูสชีสนมวัวสด (Fresh cow milk cheese mousse) รสสัมผัสนุ่มนวล หอมมัน เสริมความซับซ้อนของมิติรสชาติด้วยน้ำมันโหระพา (Basil oil) และเจลเอสเซนส์มะเขือเทศ (Tomato essence gel) ที่ช่วยชูความหวานฉ่ำและเปรี้ยวกลมกล่อม ตกแต่งอย่างละเมียดละไมด้วย ไมโครเบซิล (Micro basil), ดอกไม้กินได้ (Edible flowers) และขูดชีสเสริมความหอมมัน เสิร์ฟในอุณหภูมิที่เย็นสดชื่น มอบความอร่อยและสัมผัสที่เฟรชลงตัว อร่อยสดชื่นดีมากๆ
CRYSTAL SCALLOP
จานไฮไลต์ที่สะท้อนความประณีตในการรังสรรค์วัตถุดิบชั้นเลิศ โดยเลือกใช้หอยเชลล์จากฮอกไกโด (Hokkaido scallop) ชิ้นโตขนาดพอดีคำ นำไปผ่านเทคนิค Butter-confit จนได้เนื้อสัมผัสที่มีความนุ่มที่เนียนแน่น สิ่งที่โดดเด่นและสร้างความประทับใจขั้นสุดให้กับเมนูนี้คือตัวซอส Champagne beurre blanc ที่ทำออกมาได้เข้มข้นถึงใจ ให้บอดี้ของรสสัมผัสที่นัวกลมกล่อม หอมกลิ่นเนยและแชมเปญอย่างลงตัว พร้อมทั้งเติมมิติความสดชื่นตัดเลี่ยนด้วยกรีนแอปเปิ้ล (Green apple), ฟิงเกอร์ไลม์ (Finger lime), Chive oil และไมโครเฮิร์บ (Micro herbs) ถือเป็นจานที่ผสานความหรูหราและรสชาติอันซับซ้อนเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างน่าประทับใจ
ขนมปังที่ใช้แป้งนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส โดดเด่นด้วยความหอมนุ่ม และยิ่งหั่นมาแบบหนายิ่งช่วยชูเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มละมุนปากให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก และไม่เหมือนใครเพราะขนมปังนี้ไม่ได้นำมาเสิร์ฟตั้งแต่งานเริ่มต้นแต่เลือกจังหวะเสิร์ฟในช่วงเวลานี้
การเลือกเวลาเสิร์ฟขนมปังในช่วงเวลานี้ สะท้อนถึงความประณีตและความตั้งใจของเชฟ ซึ่งตั้งใจให้ขนมปังฝรั่งเศสเนื้อนุ่มถูกนำมาปาดเนยแล้วทานคู่กับซอส Champagne beurre blanc จากจาน CRYSTAL SCALLOP การจับคู่ระหว่างความหอมมันและความนุ่ม มอบสัมผัสที่เข้มข้น นัว นุ่มลึก และเข้ากันได้อย่างไร้ที่ติ ถือเป็นการดึงเอาความอร่อยของซอสออกมาใช้ได้อย่างคุ้มค่าและสมบูรณ์แบบที่สุด
LUIGI COPPO ALTA LANGA PAS DOSÉ 2021
สปาร์กลิงไวน์ที่บ่มด้วยวิธีดั้งเดิม (Metodo Classico) จากพันธุ์องุ่น Pinot Nero และ Chardonnay แบบไม่เติมน้ำตาล (Pas Dosé) เสิร์ฟมาในอุณหภูมิที่เย็นจัดสดชื่น พรายฟองนุ่มนวลมีผลไม้ตระกูลซิเตรส แอปเปิลเขียว รสสัมผัสมีความโปร่งเบา แต่มี Acidity ที่คมชัดและสมดุล ดื่มง่ายและสามารถดึงรสชาติของอาหารในมื้อนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
RUBY GARDEN
หลังจากผ่านจานที่โดดเด่นด้วยความหอมมันของเนยและซอสเข้มข้น เชฟเลือกจังหวะในการเสิร์ฟเมนูสลัดจานนี้ที่จะช่วยปรับลำดับรสชาติได้อย่างแนบเนียนที่โดดเด่นด้วยกุ้งลายเสือ (Tiger prawn) เนื้อหวานแน่นเด้ง คู่กับผักร็อกเก็ต (Rocket leaves) เฟนเนล (Fennel) และแตงโมคอมเพรส (Compressed watermelon) ตามด้วยรสสัมผัสกรุบกรอบของวอลนัทและเมล็ดทับทิมสด (Fresh pomegranate) เสริมรสด้วยน้ำสลัดวิเนเกรตต์ทับทิมสีแดงสด (Ruby pomegranate vinaigrette) ที่มอบรสเปรี้ยวอมหวานอย่างลงตัว ช่วยปรับการรับรสได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนที่จะเข้าสู่คอร์สอาหารจานถัดไป
COPPO GAVI LA ROCCA 2024
ไวน์ขาวจากพันธุ์องุ่น Cortese 100% จากไร่ La Rocca ตัวไวน์โทนสีเหลืองฟางข้าวสว่างสดใส กลิ่นดอกไม้ขาว ผลไม้ตระกูลซิเตรส แอปเปิลเขียว และแร่ธาตุ อันเป็นเอกลักษณ์ในแถบกา วี (Gavi) เสิร์ฟมาในอุณหภูมิที่เย็นถูกต้อง คลีน เบาๆ ดื่มง่าย
PEARL VELOUTÉ
เมนูครีมซุปจาก Jerusalem artichoke ตัวซุปมีความครีมมี่หอมมันที่เบาสบาย ตามด้วยฟองโฟมไวท์ทรัฟเฟิล (White truffle foam) และแผ่นพาร์เมซานชีสกรอบ (Parmesan crisp) ที่ท็อปมาด้านบน ช่วยเพิ่มมิติความหอมของทรัฟเฟิลในทุกๆ คำที่ทาน
BEETROOT LINGUINE WITH TERIYAKI TUNA
ตอกย้ำคอนเซ็ปต์อัญมณีกับเมนูพาสต้าที่โดดเด่นด้วยเฉดสีทับทิม ตัวเส้นลิงกัวนีผสมบีทรูทความสุกระดับ Al dente เนื้อหนึบหนับที่เคลือบซอสมูสบีทรูทเนื้อครีมมี่ (Creamy beetroot sauce) ได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอที่จะเสริมรสชาติความอร่อยโดยไม่จำเป็นต้องมีซอสกองในจาน ยิ่งไปกว่านั้น ทางร้านทำเมนูทูน่าได้ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การนำปลาทูน่ามาย่างซอสเทริยากิจึงเป็นการตอกย้ำความเชี่ยวชาญในการปรุงปลาทูน่า เป็นจานที่มีสีสันจัดจ้านแต่รสชาติกลับนุ่มนวลทีเดียว
COPPO LANGHE NEBBIOLO 2023
ผลิตจากพันธุ์องุ่นระดับตำนาน Nebbiolo 100% สีแดงสดใส ดอกกุหลาบ ผลไม้ตระกูลเบอร์รีสีแดง สมุนไพรเบาๆ โครงสร้างไวน์โปร่งเบาไม่หนัก แทนนินถือว่านุ่มนวลอยู่ และด้วยพาสต้าที่รสชาติไม่หนักทำให้ไม่กลบไวน์ และไปด้วยกันด้วยความราบรื่น
จานหลักสามารถเลือกได้ระหว่างปลาและเนื้อ
SNOW FISH “SAPPHIRE”
เสต็กปลาหิมะชิ้นหนานำไปเซียร์บนกระทะจนผิวสุกกริบมีสีน้ำตาลทอง วางบนซอสแชมเปญผสมหญ้าฝรั่น (Saffron Champagne sauce) เสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงอย่างมันบดและผักเคียง
AUSTRALIAN BEEF TENDERLOIN “RUBY RESERVE”
ส่วนตัวเลือกเป็นสเต๊กเนื้อสันในออสเตรเลีย ความสุกระดับ Medium ตรงตามสั่ง ซอสพอร์ตไวน์ Ruby Port Wine Jus รสชาติเข้มข้นที่ช่วยชูและเสริมรสสัมผัสของเนื้อวัวได้อย่างคลาสสิค เทคนิคการนำมันฝรั่งไปอบก่อนนำมาบดแทนการต้ม ให้มิติของกลิ่นหอมและรสชาติที่ลุ่มลึกซับซ้อนอย่างมีรสนิยม การปรุงรสชาติของมันบดทำออกมาได้ไร้ที่ติ ทานคู่กับผักเคียง ทั้งหมดอร่อยตามแบบฉบับความคลาสสิก สมเป็นจานหลักจานเนื้อที่สมบูรณ์แบบ
COPPO POMOROSSO NIZZA 2021
ไวน์ระดับเรือธง (Flagship) จากพันธุ์องุ่น Barbera 100% จากเขตนิซซา (Nizza) ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นเขตที่ดีที่สุดสำหรับองุ่นสายพันธุ์นี้ โดดเด่นด้วยสีของน้ำไวน์ที่เป็นสีทับทิมเข้มลึกอย่างเห็นได้ชัด มอบกลิ่นหอมซับซ้อนของผลไม้สีดำสุกงอม กลิ่นบ่มถังไม้โอ๊ก และแม้ว่าสีและโครงสร้างของไวน์จะเข้มข้นขึ้นอย่างชัดเจน แต่ดื่มแล้วรู้สึกว่าเป็นไวน์ที่ไม่หนักมีความนุ่มนวลต่อเนื่องไปกับความนุ่มฉ่ำของสเต๊กเนื้อสันในออสเตรเลียได้อย่างเนียนนุ่ม
POACHED PEAR
ลูกแพร์ไปตุ๋นในไวน์ขาว (White wine poached pear) จนเนื้อสัมผัสฉ่ำนุ่ม รสชาติหวานนุ่มนวลซึมซาบเข้าถึงเนื้อในอย่างทั่วถึง เสิร์ฟคู่กับเครปซูเซตต์ (Crêpe Suzette) เนื้อนุ่มหนึบมาตรฐาน เพิ่มความจัดจ้านและมิติของรสชาติด้วยซอสทับทิม (Pomegranate sauce) เนื้อข้นกำลังดีที่ให้รสชาติเข้มข้นเปรี้ยวอมหวานที่หวานกำลังพอดี สร้างสมดุลย์และความสดชื่นด้วยความเย็นจากไอศกรีมวานิลลา (Vanilla bean ice cream) อร่อยคลาสสิค
COPPO MONCALVINA MOSCATO 2024
ไวน์หวานจากพันธุ์องุ่น Moscato Bianco 100% ในเขตคาเนลลี (Canelli) ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดประวัติศาสตร์ขององุ่นสายพันธุ์นี้ เสิร์ฟมาในอุณหภูมิที่เย็นจัดได้ใจ ชูความสดชื่น กลิ่นหอมดอกส้ม พีช และน้ำผึ้ง ชอบรสสัมผัสมีความหอมหวานฉ่ำนุ่มนวลอย่างเป็นธรรมชาติ สมดุลดีไม่หวานเลี่ยน การจับคู่ทานกับ Poached Pear คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด
Morris Australian Single Malt Whisky
ปิดท้ายค่ำคืนอันสมบูรณ์แบบตามธรรมเนียมวัฒนธรรมการดื่มของตะวันตกอย่าง Digestif โดยทาง Boozia Distribution ได้รังสรรค์ความพิเศษสุดด้วยการคัดสรรไลน์อัปสปิริตระดับพรีเมียมจาก Morris Australian Single Malt Whisky โรงกลั่นวิสกี้ชั้นนำระดับรางวัลจากประเทศออสเตรเลีย มาให้ได้ลิ้มลองตบท้ายมื้ออาหาร นำโดย Morris Tokay Barrel ที่นำวิสกี้ไปบ่มต่อในถังไวน์หวานโทเคย์ มอบกลิ่นหอมหวานซับซ้อนของทอฟฟี่ ฟิก และผลไม้แห้ง, Morris Muscat Barrels ที่บ่มในถังไวน์มัสแคต ให้รสสัมผัสหอมนุ่มนวลฉ่ำหวานด้วยโน้ตของอินทผลัมและเครื่องเทศเบาๆ, Morris Signature Single Malt Whisky วิสกี้ซิกเนเจอร์ที่บ่มในถังไวน์แดงออสเตรเลีย ให้บอดี้ที่นุ่มลึกมีมิติของวานิลลาและช็อกโกแลตอย่างมีรสนิยม และปิดท้ายด้วย 36 South Double Grain Whisky วิสกี้ดับเบิลเกรนเนื้อสัมผัสราบรื่น ดื่มง่าย ทรงเสน่ห์ด้วยกลิ่นหอมอบอุ่นของธัญพืชและโอ๊ก
การได้จิบสปิริตคุณภาพเยี่ยมหลังจากการทานอาหารถือเป็นการช่วยย่อยอาหารตามวิถีวัฒนธรรมการดื่มแบบ Digestif ของตะวันตกซึ่งทางซอมเมอลิเยร์ของ Boozia แนะนำให้จิบสปิริตควบคู่ไปกับกาแฟเอสเปรสโซเข้มข้น รสชาติอันลุ่มลึกและกลิ่นหอมอบอุ่นของวิสกี้เมื่อจับคู่กับความเข้มข้นของกาแฟ ช่วยปลุกความสดชื่นและทำให้รู้สึกสร่างขึ้นมาทันที
ตลอดระยะเวลาของมื้ออาหารสุดพิเศษนี้ บรรยากาศนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความประทับใจ โดยได้รับเกียรติจากเชฟใหญ่ประจำห้องอาหารและเชฟเคนที่มาร่วมพูดคุยและอธิบายรายละเอียดของแต่ละเมนูอาหารอย่างลึกซึ้งก่อนเริ่มรับประทาน ช่วยเพิ่มความเข้าใจในเรื่องราวของวัตถุดิบ ศิลปะการปรุง และสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินในการลิ้มลองมากยิ่งขึ้น เสริมความสมบูรณ์แบบด้วยคุณ Tea Thitirat ซอมเมอลิเยร์ของ Boozia ที่มาถ่ายทอดเรื่องราวของไวน์แต่ละฉลากอย่างเข้าถึงง่าย สุดท้ายด้วยภาพความประทับใจเมื่อทีมงานทุกภาคส่วน ตลอดจน General Manager (GM) ของโรงแรม ที่คอยดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งค่ำคืนได้ออกมากล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมงานทุกคนอย่างเป็นกันเอง สะท้อนถึงมิตรภาพและการให้เกียรติซึ่งกันและกันอย่างแท้จริงระหว่างผู้สร้างสรรค์อาหารและผู้รับประทาน พร้อมปิดท้ายด้วยความประทับใจเมื่อเชฟเคนได้มอบลายเซ็นลงบนแผ่นเมนูพิเศษไว้เป็นที่ระลึกสำหรับมื้อพิเศษนี้
Four Hands Culinary Experience Promotion
ถ้าได้อ่านรีวิวแล้วอยากสัมผัสความประทับใจด้วยตัวเอง ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้วกับโปรโมชั่นดินเนอร์สุดพิเศษ Four Hands Culinary Experience โดย Chef Vatcharavee (Kent) Visetphonchanatip ดีกรี Founding President of Club Master Chefs Thailand และ President of Disciples Escoffier Thailand ในวันที่ 4–5 กันยายน 2026 ณ ห้องอาหาร Club Ruby แห่งนี้ ผ่านเซ็ตดินเนอร์ 7 คอร์สในราคา 2,850++ บาท ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดพิเศษ THE JEWEL COLLECTION เสริมมิติแห่งรสชาติให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วย Wine Pairing ในราคา 999++ บาท มาสัมผัสด้วยตาและลิ้มรสด้วยตัวเองว่าคอร์สพิเศษครั้งนี้จะถ่ายทอดออกมาได้สมบูรณ์แบบและน่าประทับใจเพียงใด
ปิดท้ายรีวิวนี้ด้วยความประทับใจตลอดมื้ออาหาร ณ ห้องอาหารคลับรูบี้ ของโรงแรม เอเดน สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ซึ่งนับเป็นการรังสรรค์มื้อพิเศษที่ลงตัวและครบเครื่องในทุกมิติ ตั้งแต่คอร์สอาหารหลักที่ถ่ายทอดศิลปะการปรุงอย่างประณีตการดึงรสชาติและเอกลักษณ์ของวัตถุดิบออกมาได้อย่างโดดเด่น สอดประสานไปกับการเลือกจับคู่เครื่องดื่มอย่างไวน์คุณภาพจาก Boozia ที่ช่วยชูรสชาติของอาหารในแต่ละคอร์สได้อย่างลงตัวที่โดดเด่นด้วยคามนุ่มนวลและกลมกล่อมของทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ส่งท้ายด้วยเครื่องดื่มสปิริต Digestif คุณภาพเยี่ยมและกาแฟเอสเปรสโซเข้มข้นที่ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบได้อย่างไร้ที่ติ ย้ำอีกครั้งสำหรับผู้ที่หลงใหลในศิลปะแห่งรสชาติและต้องการสัมผัสประสบการณ์ระดับตำนานด้วยตนเอง โปรโมชั่นดินเนอร์สุดพิเศษจากการแท็กทีมสร้างสรรค์โดยเชฟเคนจะจัดขึ้นในวันที่ 4–5 กันยายน 2026 ผ่านเซ็ตดินเนอร์ 7 คอร์ส ขอขอบคุณทาง owner, GM, เชฟ, และทีมงานทุกๆท่าน ที่ให้ได้มีโอกาสสัมผัสอีกหนึ่งประสบการณ์บนโต๊ะอาหารที่น่าประทับใจนี้ครับ.
ขอบคุณมากครับ
โด้
รายละเอียดโปรโมชั่น
– Four Hands Culinary Experience 7-course menu มื้อค่ำ ราคา 2,850++ บาท (3,355 บาทสุทธิ) เพิ่ม Wine Pairing ราคา 999++ บาท (1,176 บาทสุทธิ) วันที่ 4–5 กันยายน 2026
รายละเอียดห้องอาหาร
ห้องอาหาร: คลับรูบี้ / Club Ruby (ชั้น7)
เวลาให้บริการ: 06:00 – 22:00
รายละเอียดโรงแรม
โรงแรม: โรงแรม เอเดน สุรวงศ์ กรุงเทพฯ / Aiden Surawong Bangkok
ที่อยู่: กรุงเทพ 10500
Address: 139 Surawong Rd., Suriya Wong, Bang Rak, Bangkok 10500 Thailand
โทรศัพท์: 0-2235-1999
เว็บไซต์: www.aidensurawong.com
❓ คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)
Q: โปรโมชั่น Four Hands Culinary Experience จัดขึ้นวันไหนและราคาเท่าไหร่?
A: จัดขึ้นเฉพาะวันที่ 4–5 กันยายน 2026 ณ ห้องอาหาร Club Ruby ชั้น 7 โรงแรม Aiden Surawong Bangkok เซ็ตดินเนอร์ 7 คอร์ส ราคา 2,850++ บาท (3,355 บาทสุทธิ) และตัวเลือก Wine Pairing เพิ่มเติมราคา 999++ บาท (1,176 บาทสุทธิ)
Q: ห้องอาหาร Club Ruby ตั้งอยู่ที่ไหน และการเดินทางสะดวกไหม?
A: ตั้งอยู่บนชั้น 7 ของโรงแรม Aiden Surawong Bangkok เลขที่ 139 ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ มีบริการที่จอดรถในโรงแรม หรือเดินทางด้วย BTS สถานีช่องนนทรี / MRT สถานีสามย่าน แล้วต่อรถหรือเดินมายังโรงแรมได้สะดวก
Q: การแต่งกาย (Dress Code) สำหรับเข้าร่วมมื้อพิเศษนี้เป็นอย่างไร?
A: แนะนำการแต่งกายสไตล์ Smart Casual หรือ Elegant เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศการรับประทานอาหาร Fine Dining สไตล์หรูหราของห้องอาหาร Club Ruby
Q: สำรองที่นั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้อย่างไร?
A: สามารถติดต่อสอบถามและสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0-2235-1999 หรือผ่านทางเว็บไซต์ www.aidensurawong.com



