
Lily’s
Friends of Lily’s : Mother’s Day Brunch Promotion
📌 Quick Facts: Mother’s Day Brunch at Lily’s
-
📍 สถานที่:
ห้องอาหาร Lily’s ชั้น 7, โรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok (One Bangkok) -
🗓️ โอกาสพิเศษ:
Mother’s Day Brunch (จัดเฉพาะวันที่ 12 สิงหาคม 2569) -
✨ ไฮไลต์เด่น:
Cold Seafood, Live Carving, Jamón Ibérico และคอนเซปต์ “Friends of Lily’s” จากเชฟดังระดับมิชลิน -
💰 ราคาเริ่มต้น:
3,200++ บาท (รวมซอฟต์ดริงก์และน้ำผลไม้) / แพ็คเกจเครื่องดื่มพรีเมียม “The Grand Toast” เริ่มต้น 1,600++ / 2,100++ บาท -
📞 สำรองที่นั่ง:
0-2180-7797 | เว็บไซต์ www.lilysbkk.com
🌟 Review Highlights: Lily’s Mother’s Day Brunch
👍 จุดเด่น (Pros)
- วัตถุดิบพรีเมียม: จัดเต็มแคเนเดียนล็อกสเตอร์, ก้ามปูยักษ์, หอยนางรม Gillardeau และ Jamón Ibérico de Bellota
- คอนเซปต์ “Friends of Lily’s”: เมนูพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเชฟรับเชิญระดับแถวหน้าของประเทศไทยและมิชลินเชฟ
- เครื่องดื่มจัดเต็ม: แพ็คเกจ The Grand Toast เติมแชมเปญ Billecart-Salmon และค็อกเทลไม่อั้นตลอด 3 ชั่วโมง
- บรรยากาศ: วิวสวยหรูติดสวนลุมพินีบนชั้น 7 โรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok
💡 ข้อสังเกต (Note)
- ช่วงเวลาพีค: ในช่วงเวลาที่ลูกค้าแน่นเต็มพื้นที่ อาจมีจังหวะที่พนักงานบริการเติมแชมเปญล่าช้าบ้างเล็กน้อย
- ความพิเศษเฉพาะกิจ: งานอีเวนต์รูปแบบนี้จัดขึ้นเพียงแค่วันเดียว (Mother’s Day) ต้องรอติดตามโอกาสพิเศษในอนาคต
- การเดินทาง: ตั้งอยู่ในโครงการ One Bangkok สะดวกที่สุดด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีลุมพินี
สวัสดีครับ
สัมผัสประสบการณ์แห่งการสังสรรค์เหนือระดับกับมื้อพิเศษฉลองวันแม่ (12 สิงหาคม 2569) ที่ผ่านมา ณ ห้องอาหาร ลิลลี่ส์ (Lily’s) ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 7 ของโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพ (The Ritz-Carlton, Bangkok) ในโครงการระดับเมกะโปรเจกต์ วัน แบงค็อก (One Bangkok) ติด MRT ลุมพินี และถึงแม้งานบุฟเฟ่ต์ Mother’s Day Brunch สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้จะจัดเพียงแค่วันเดียวแต่ถือเป็นโอกาสพิเศษที่หาได้ยากที่ห้องอาหารนี้จะจัดงานแบบนี้ เชื่อว่ารีวิวนี้จะมอบไอเดียสำหรับผู้ที่สนใจจะมาร่วมงานพิเศษแบบนี้ในอนาคตของห้องอาหารได้อย่างแน่นอน
ตัวร้านได้รับแรงบันดาลใจจากสระบัว (Lily Ponds) ที่สะท้อนความร่มรื่นและสงบตามแบบฉบับบ้านเรือนไทยดั้งเดิม ผสานเข้ากับปรัชญา “The Art of Gathering” ที่เน้นสร้างพื้นที่แห่งการรวมตัวอย่างอบอุ่นผ่านอาหารสไตล์ All-Day Dining ที่ตีความอาหารไทยแบบประณีต (Reimagined Thai Classics) และกลิ่นอายแบบโพลิชด์คอมฟอร์ต/บราสเซอรี ภายใต้การคัดสรรวัตถุดิบที่ยั่งยืนจากเกษตรกรไทย ด้านการตกแต่งภายในโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เรียบหรูไร้กาลเวลา พื้นที่ถูกจัดสรรไว้อย่างเป็นสัดส่วนเพื่อรองรับทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า, มื้อกลางวันคุยธุรกิจ, การนัดพบของครอบครัว หรือดินเนอร์สุดโรแมนติก โดยมีไฮไลต์เป็นหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับทัศนียภาพอันเขียวชะอุ่มของสวนลุมพินีแบบพาโนรามา พร้อมโซนที่นั่งหลากหลาย ทั้ง Live Kitchen ที่เปิดให้ชมลีลาการปรุงอาหารของเชฟ, โซน Social Sofas สำหรับการสังสรรค์ และ Private Dining Room ที่มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด และพิเศษสำหรับมื้อนี้กับเสียงดนตรีสดสร้างบรรยากาศตลอดทั้งงานครับ
💡 Helpful Tip
ทางห้องอาหารเปิดให้บริการตรงตามเวลาที่กำหนดอย่างเป๊ะ จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องเดินทางไปถึงก่อนเวลาจอง การวางแผนเวลาให้เดินทางมาถึงตรงตามเวลานัดหมายก็เพียงพอและสะดวกต่อการเข้ารับบริการแล้ว ซึ่งนั้นจะช่วยให้เริ่มต้นมื้อพิเศษได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องไปรอ
Cold Seafood Station
แคเนเดียนล็อกสเตอร์ (Canadian Lobster) ตัวโตเนื้อแน่น, กุ้งตัวใหญ่เนื้อหวานแน่น, ก้ามปูยักษ์ (King Crab) ที่ถูกแกะมาอย่างดีพร้อมทาน, หอยเชลล์ และ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ คุณภาพวัตถุดิบโดยรวมถือว่าทำได้ดีหมดห่วง ประทับใจเป็นพิเศษกับระบบการบริหารจัดการของห้องอาหารที่มีการเติมของอย่างต่อเนื่องแบบไม่มีขาดและไม่มีกั๊กตลอดระยะเวลา 3 ชั่วโมงเต็ม สุดยอดดีมากๆ
Oyster Station
หอยนางรมสดมี 2 สายพันธุ์คือ Gillardeau และ Navarre แกะสดใหม่แบบต่อเนื่องเรื่อยๆ พร้อมเครื่องเคียงต่างๆตามใจชอบ ถูกใจสายหอยนางรมแน่นอน
Charcuterie & Cheese Board Station
มุมไฮไลต์ที่เป็นความประทับใจส่วนตัวและกลายเป็นมุมโปรดของมื้อนี้โดยปริยาย กับการออกแบบจัดวางที่สวยงามดูมีรสนิยม และสามารถรวบรวมหลากหลายวัตถุดิบไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ชั้นบนสุดชีสหลากชนิดอย่างเช่น Comté, Aged Cheddar, Camembert และ Brie Cheese ถัดมาที่ชั้นกลางโคลด์คัท (cold cut) คุณภาพดีไม่ว่าจะเป็น Parma Ham, Mortadella, Prosciutto และ Chorizo ส่วนชั้นล่างสุดเติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้วยผลไม้สดคัดเกรดอย่าง สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี ราสเบอร์รี องุ่น ถั่วอบนานาชนิด และเครื่องเคียงต่างๆ วัตถุดิบทุกรายการทำได้ดีแบบไม่ต้องลุ้นในทุกคำที่ทาน และรักษาอุณหภูมิทั้งหมดได้ดีมากๆ
Bread & Bakery Station
จัดวางไว้เรียบร้อยสวยงามในถาดไม้เรียบหรู มีหลากหลายขนมปังให้เลือกตามชอบ พร้อมเนยตราแบรนด์ของโรงแรมและรังผึ้งสด (Fresh Honeycomb)
Salad, Fresh Fruit & Juice Station
มาอีกฝั่งที่ถูกจัดสรรพื้นที่ได้อย่างมีระเบียบเรียบร้อยเช่นกัน สำหรับโซนสลัดผักสดมีวัตถุดิบหลักๆ จัดเตรียมไว้ให้พอประมาณตามมาตรฐาน เคียงคู่มากับน้ำสลัดหลากสไตล์ ตามด้วยผลไม้สด ปิดท้ายด้วยชั้นบนสุดกับน้ำผลไม้สดบรรจุขวดแก้ว
Jamón Ibérico de Bellota
แฮมขาหมูดำอิเบอริโกที่ถือเป็นความอร่อยเกินคาด สไลด์เนื้อแฮมมาในความหนาที่กำลังดี มีลายเนื้อสวยงาม โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวล รสชาติที่เข้มข้นกลมกล่อม มีความหอมมัเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และที่สำคัญคือไม่เค็มเลย เรียกว่าเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง อร่อยประทับใจจนยกให้เป็นอีกหนึ่งจานโปรดที่ไม่ควรพลาด
Carving Station
เข้าสู่โซน Live Kitchen ที่รวบรวมเมนูไฮไลต์ประเภทจานเนื้อนานาชนิดที่ตกแต่งได้เรียบหรูดูดี ซี่โครงเนื้ออบ (Prime Rib) ชิ้นใหญ่ตัดแต่งสวยงามทานแล้วเนื้อนุ่มหมดห่วง เป็ดย่างหอมๆเนื้อนุ่มรสชาติชัดเจน อร่อย เกินคาดกับหมูหัน (Suckling Pig) หนังกรอบหอมชัดเจนรสชาติเข้าเนื้อแต่ยังมีกลิ่นเฉพาะเหลืออยู่เบาๆ เสริมรสด้วยน้ำจิ้มที่ทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว
Side Dishes Station
ข้างๆกันกับเครื่องเคียงอบและผักย่างที่ทำออกมาได้ดีอร่อยถูกปาก Mashed Potatoes with Truffle มันบดเนื้อเนียนนุ่มความหอมมันกลมกล่อมจากทรัฟเฟิล, Grilled Asparagus หน่อไม้ฝรั่งชิ้นใหญ่คัดพิเศษ ย่างมาอย่างพอเหมาะ เนื้อสดกรอบ หวานฉ่ำได้ใจ, Roasted Broccoli บรอกโคลีย่างที่มีกลิ่นหอมไหม้โดดเด่น นอกจากนี้ยังมีมันฝรั่งสไตล์ฮัสเซลแบ็ก (Hasselback Potatoes) แครอทเบบี้ย่าง และเมนูสลัดเนื้อปูสดโดดเด่นด้วยเนื้อปูแกะชิ้นโตสดใหม่ หอมหวานฉ่ำตามธรรมชาติอย่างชัดเจนน่าประทับใจ ปรุงรสกลมกล่อมมอบความสดชื่น เบา และไม่กลบวัตถุดิบหลัก ถือเป็นตัวซีเคร็ทที่ไม่ควรมองข้าม
Friends of Lily’s
ยกระดับความพิเศษกับคอนเซปต์ “Friends of Lily’s” ที่รวบรวมเชฟรับเชิญจากร้านอาหารคุณภาพระดับประเทศ มาร่วมรังสรรค์เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟแบบจัดเต็มและทานได้ไม่อั้นเช่นกัน
เริ่มต้นด้วยเจ้าบ้านอย่าง เชฟป๊อป – เศรษฐพัฒน์ สุขไพศาลพงศา (Sedtapat Sukpaisanpongsa) Chef de Cuisine ประจำ ห้องอาหาร ผู้พกพาประสบการณ์ระดับนานาชาติมาตีความอาหารไทยร่วมสมัยภายใต้แนวคิด “Global Tastemaker with a Flair for Style” เชฟป๊อปนำเสนอเมนูที่เน้นความแม่นยำด้านเทคนิคและความงามทางศิลปะ ได้แก่ Signature Smoked Kingfish Tartare ทาร์ทาร์ปลาคิงฟิชโลคอลรมควันไม้แอปเปิ้ลที่ให้กลิ่นหอมละมุน ตัดรสด้วยความสดชื่นของส้มโอทับทิมสยามและไข่ปลาแซลมอน ที่ทานแล้วสัมผัสถึงความสดชื่นได้อย่างชัดเจน, 16-Hour Northeastern Duck Confit กงฟีต์เป็ดที่ผ่านกระบวนการทำอย่างพิถีพิถันยาวนานถึง 16 ชั่วโมง เสิร์ฟพร้อมฟัวกราส์ หนังเป็ดกรอบ เมนูนี้โดดเด่นด้วยความกรอบหอมของวัตถุดิบปิดท้ายด้วยความนัวที่กลมกล่อมและ after taste ที่หอมฟุ้งอยู่เต็มปาก และคาลาแมนซีเพิร์ล และ Andaman Citrus Scallop หอยเชลล์อันดามันเนื้อหวานฉ่ำ ชูรสชาติด้วยเจลดาชิ โฟมพริกจินดา และคริสป์ใบมะกรูดที่มอบสัมผัสจัดจ้านแบบไทยร่วมสมัย
ถัดมาคือตัวแทนแห่งรสชาติไทยดั้งเดิม เชฟเกรซ – วรกานต์ กฤติสิริกุล (Worakarn Krittisirikul) จากร้าน Khao San Sek (ข้าวสารเสก) อดีต Junior Sous Chef จากร้านอาหารชื่อดังอย่าง Potong ที่มาพร้อมความมุ่งมั่นในการปกป้องและเชิดชูรสชาติอันเป็นแก่นแท้ของไทย (Safeguarding Thailand’s Sacred Flavors) เชฟเกรซดึงเอาเสน่ห์ของวัตถุดิบท้องถิ่นมารังสรรค์เป็นเมนู 8 Hours Smoked Pork Belly “Galangal” หมูสามชั้นที่นำไปรมควันอย่างใจเย็นถึง 8 ชั่วโมง ทานคู่กับซอสข่าเผาที่ให้มิติของกลิ่นควันและสมุนไพรชัดเจน, Blue Crab Curry “Nam Prik/Chili” แกงปูม้าเนื้อแน่นและไข่ปูรสเข้มข้น จัดจ้านด้วยน้ำพริกสูตรเฉพาะของข้าวสารเสก และ Fried Rice with Baby Squid “Intotachit/Rice” ข้าวผัดหมึกกะตอยที่คั่วกระทะมาอย่างหอมกรุ่น กระเทียมและผักชีช่วยชูรสให้จานนี้กลมกล่อมลงตัว
เพิ่มมิติความหลากหลายด้วยรสชาติจากอีกซีกโลกกับ เชฟกาเบรียลา เอสปิโนซา (Gabriela Espinosa) Chef Patron จากร้าน Delia Bangkok ผู้ถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมอาหารเม็กซิกัน (Reimagining Mexico’s Culinary Heritage) ผ่านรสมือที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น เชฟนำเสนอความเป็นขบถผสมผสานความคลาสสิกผ่านเมนู Albondiga มีทบอลสไตล์เม็กซิกันสอดไส้ไข่และข้าว เสิร์ฟในซอสมะเขือม่วงรสละมุน, Tetela de Pato แป้งมาซ่าทรงสามเหลี่ยมสอดไส้กงฟีต์เป็ด ราดด้วยซอสโมเล่ (Amarillito Mole) ที่มีเครื่องเทศสลับซับซ้อน ตัดความเข้มข้นด้วยชีสโฟม และ Enchiladas Verdes ตอร์ตียาไก่ราดซัลซ่ามะเขือเทศสีเขียวรสเปรี้ยวสดชื่น ท็อปด้วยชีสกราแตงเยิ้มๆ
Dessert Line
ปิดท้ายความประทับใจอย่างสมบูรณ์แบบด้วยของหวานจากเชฟที่ได้รับรางวัล MICHELIN Guide Young Chef Award กับ เชฟอู๋ – สิทธิกร จันทพ (Sittikorn Chantop) Executive Chef & Owner จากร้าน Akkee (อัคคี) ร้าน 1 ดาวมิชลิน (1 MICHELIN Star) ผู้หลงใหลในการสืบค้นและฟื้นคืนชีพตำรับอาหารไทยโบราณที่ถูกลืมเลือน (Reviving forgotten Thai recipes) เชฟอู๋นำเสนอของหวานที่สะท้อนภูมิปัญญาไทยได้อย่างงดงามและลุ่มลึก ทั้ง Custard Apple in Coconut Cream Syrup น้อยหน่าในน้ำกะทิหอมหวานละมุน เสิร์ฟเคียงคู่มากับขนมดอกจอกที่ให้สัมผัสกรุบกรอบ, Melted Coconut Cookie ขนมผิงสูตรดั้งเดิมที่ละลายในปาก และ Pandan Pudding ขนมเปียกปูนใบเตยเนื้อเนียนนุ่ม ราดด้วยครีมกะทิ ถั่วลิสงคั่ว และน้ำเชื่อมน้ำอ้อยเผาที่มอบกลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ ขนมของเชฟโดยรวมคือความเนียวนุ่มหวานละมุนของความเป็นผู้มีรสนิยม นอกจากนี้ในส่วนของไลน์ของหวานก็ยังมีเมนูต่างๆของทางห้องอาหารอีกมากมาย ถือเป็นการปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ
The Grand Toast Drink Package
ราคาบุฟเฟ่ต์มื้อนี้จะอยู่ที่ 3,200++ บาทที่รวมเครื่องดื่มพื้นฐานอย่าง ชา กาแฟ น้ำผลไม้สด และ Soft Drinks ไว้เรียบร้อย แต่ส่วนตัวเลือกอัปเกรดด้วยแพ็คเกจเครื่องดื่มเป็น “The Grand Toast” ในราคา 2,100++ บาท กับดื่มไม่อั้น (Free-flow) แชมเปญ Champagne Billecart-Salmon Brut Réserve, ไวน์โรเซ่ Château de Selle (Domaines Ott), ไวน์ขาว, ไวน์แดง, สปาร์กลิ้งไวน์ Drusian, และค็อกเทล
Champagne Billecart-Salmon Brut Réserve
แชมเปญที่แช่เย็นจัดได้ใจคือเครื่องดื่มหลักของมื้อนี้ที่รินอย่างไม่จำกัดตลอดระยะเวลา 3 ชั่วโมงเต็ม ในส่วนของการบริการ ถือว่าทำได้ดีมีความใส่ใจในการเติมแชมเปญอย่างต่อเนื่อง รินให้แบบเต็มที่ไม่มีกั๊ก แม้จะมีบางช่วงเวลาที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการเต็มพื้นที่จนอาจทำให้การบริการล่าช้าหรือเข้าไม่ถึงโต๊ะไปบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้สำหรับมื้อบรันช์ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก แต่เมื่อผ่านพ้นช่วงพีคและลูกค้าเริ่มทยอยกลับ พนักงานก็กลับมาให้บริการรินเติมให้อย่างรวดเร็วและใส่ใจเช่นเดิม เรียกว่าสบายใจเรื่องการรินแบบไม่มีกั๊กได้เลย
Cocktails
ค็อกเทลในแพ็คเกจมีให้เลือกดื่มไม่อั้น 3 เมนู
– Mimosa ค็อกเทลคลาสสิกที่ผสมผสานความซ่าสดชื่นของ Prosecco เข้ากับรสหวานเปรี้ยวของน้ำส้มสดอย่างลงตัว ดื่มง่ายสดชื่นแน่นอน
– Mango Sgroppino เมนูสร้างสรรค์ที่นำ Mango Sorbet เนื้อเนียน มารวมเข้ากับ Vodka และ Prosecco ให้รสสัมผัสหอมหวานอมเปรี้ยวเย็นฉ่ำและแรงชัดเจนดี
– Hugo Spritz เครื่องดื่มกลิ่นหอมละมุนเอกลักษณ์เฉพาะตัวจาก St. Germain Elderflower Liqueur ผสม Prosecco เพิ่มความสดชื่นด้วยใบมิ้นต์ ความแรงแต่กลมกล่อมผสมความหอมและความเย็นให้เป็นแก้วโปรดที่สุด
ในแง่ของภาพรวมและการบริการ ค็อกเทลทุกแก้วถูกรังสรรค์และจัดเสิร์ฟโดยใช้เวลาไม่นาน ปริมาณเสิร์ฟได้มาตรฐานตามระดับโรงแรมชั้นนำ การตกแต่งแก้วทำได้อย่างเรียบหรูดูดี ด้านรสชาติมีความพิถีพิถัน รสมือการชงเข้มข้นกลมกล่อม ครบเครื่อง และรักษาสมดุลของส่วนผสมได้เป็นอย่างดี รสชาติอร่อยถูกปาก
ทีมเชฟเบื้องหลังความอร่อย “Friends of Lily’s”
ขอบคุณเชฟทุกท่านที่มาร่วมรังสรรค์ประสบการณ์อาหารในครั้งนี้ ทุกจานที่จัดเสิร์ฟไม่เพียงแต่ให้รสชาติที่อร่อยถูกปาก ครบรส และมีมิติเชิงศิลปะ แต่ยังเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและความตั้งใจจริง ยกระดับมื้อนี้ให้กลายเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจ
บทสรุปของมื้อพิเศษ Mother’s Day Brunch ที่ห้องอาหาร Lily’s Bangkok ของ The Ritz-Carlton, Bangkok ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับมาตรฐานบรันช์ของโรงแรมระดับโลกได้เป็นอย่างดี ผ่านบรรยากาศที่เรียบหรูสวยงาม การบริการที่เรียกว่าอยากได้อะไรสั่งได้หมด ในส่วนไลน์อาหารถึือว่าไม่เยอะแต่คุณภาพคัดๆชัดๆทุกอัน รสมือก็ทำได้อร่อยถูกปากดีมาก และการดึงคอนเซปต์ “Friends of Lily’s” มาร่วมรังสรรค์เมนูถือเป็นการผสานความเชี่ยวชาญจากเชฟชั้นนำที่สามารถถ่ายทอดมิติของรสชาติออกมาได้อย่างน่าประทับใจอย่างไม่มีข้อกังขาเป็นโบนัสอย่างดี และเครื่องดื่มในแพ็คเกจ The Grand Toast ก็เป็นตัวเลือกที่ส่วนตัวถือว่าคุ้มค่าเกินราคา เชื่อว่าถ้ามีโอกาสได้มาก็จะสัมผัสได้ถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งคุณภาพวัตถุดิบระดับสูง รสมือที่แม่นยำ และมาตรฐานการบริการระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่มองหาความสมบูรณ์แบบได้อย่างไร้ที่ติครับ.
ขอบคุณมากครับ
โด้
💎 Value Highlight: ความคุ้มค่าที่เหนือระดับ
แม้ราคาเน็ตสุทธิจะขยับไปตามมาตรฐานโรงแรมระดับ 5 ดาว (3,767 บาทสุทธิสำหรับแพ็คเกจหลัก) แต่เมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบรอบด้าน มื้อนี้ถือว่ามอบความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากบุฟเฟต์ทั่วไป ด้วย 3 จุดเด่นสำคัญ:
1. วัตถุดิบซูเปอร์พรีเมียม
จัดเต็มแคเนเดียนล็อกสเตอร์, ก้ามปูยักษ์, หอยนางรม Gillardeau และแฮม Jamón Ibérico สดๆ แบบไม่อั้น
2. คอนเซปต์เชฟรับเชิญ
การรวมตัวของเชฟดังและมิชลินเชฟในคอนเซปต์ “Friends of Lily’s” ที่รังสรรค์เมนูปกติให้กลายเป็นจานพิเศษระดับไฟน์ไดนิ่ง
3. เครื่องดื่มระดับท็อป
ทางเลือกอัปเกรด The Grand Toast ที่เสิร์ฟแชมเปญ Billecart-Salmon และค็อกเทลพรีเมียมแบบไม่อั้นตลอด 3 ชั่วโมงเต็ม
รายละเอียดโปรโมชั่น
– Mother’s Day Brunch บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน 12:00-15:00 รวมเครื่องดื่ม ชา กาแฟ น้ำผลไม้ และ soft drinks ราคา 3,200++ บาท (3,767 บาทสุทธิ) วันที่ 12 ส.ค. 69
– A Toast to Her บุฟเฟ่ต์เครื่องดื่ม ค็อกเทล, wine, และ sparkling wine ราคา 1,600++ บาท (1,884 บาทสุทธิ)
– The Grand Toast บุฟเฟ่ต์เครื่องดื่ม Champagne Billecart-Salmon Brut Reserve, ค็อกเทล, wine, และ sparkling wine ราคา 2,100++ บาท (2,472 บาทสุทธิ)
รายละเอียดห้องอาหาร
ห้องอาหาร: ลิลลี่ส์ / Lily’s (ชั้น7)
เวลาให้บริการ: 06:30 – 11:00 / 12:00 – 22:30
โทรศัพท์: 0-2180-7797
เว็บไซต์: www.lilysbkk.com
รายละเอียดโรงแรม
โรงแรม: โรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพ / The Ritz-Carlton, Bangkok
ที่อยู่: 189 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330
Address: 189 Witthayu Rd., Lumphini, Pathum Wan, Bangkok 10330 Thailand
โทรศัพท์: 0-2180-7777
เว็บไซต์: www.ritzcarlton.com
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ห้องอาหาร Lily’s ตั้งอยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไรสะดวกที่สุด?
A: ห้องอาหาร Lily’s ตั้งอยู่บนชั้น 7 ของโรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok ในโครงการเมกะโปรเจกต์ One Bangkok การเดินทางที่สะดวกรวดเร็วที่สุดคือการใช้บริการรถไฟฟ้า MRT ลงที่สถานีลุมพินี ซึ่งตั้งอยู่ติดกับโครงการ
Q: บุฟเฟต์ Mother’s Day Brunch จัดขึ้นทุกวันหรือไม่?
A: งานบุฟเฟต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ Mother’s Day Brunch พร้อมคอนเซปต์ “Friends of Lily’s” เป็นอีเวนต์พิเศษที่จัดขึ้นเพียงแค่วันเดียวคือวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี (อ้างอิงรอบวันที่ผ่านมา) สำหรับวันปกติห้องอาหารจะให้บริการอาหารสไตล์ All-Day Dining และเมนู Reimagined Thai Classics ทั่วไป
Q: แพ็คเกจเครื่องดื่ม “The Grand Toast” ได้อะไรบ้าง?
A: แพ็คเกจ The Grand Toast (ราคา 2,100++ บาท หรือประมาณ 2,472 บาทสุทธิ) อนุญาตให้ดื่มแบบไม่อั้น (Free-flow) เป็นเวลา 3 ชั่วโมงเต็ม โดยครอบคลุมแชมเปญพรีเมียม Champagne Billecart-Salmon Brut Réserve, ไวน์โรเซ่ Château de Selle (Domaines Ott), ไวน์ขาว, ไวน์แดง, สปาร์กลิ้งไวน์ Drusian และค็อกเทลพิเศษอีก 3 เมนู (Mimosa, Mango Sgroppino, Hugo Spritz)
Q: จำเป็นต้องจองโต๊ะล่วงหน้าหรือไม่?
A: สำหรับมื้อพิเศษที่มีการร่วมมือกับเชฟรับเชิญระดับมิชลินหรือเชฟรับเชิญพิเศษในคอนเซปต์ “Friends of Lily’s” แนะนำให้ติดต่อสำรองที่นั่งล่วงหน้าผ่านทางโทรศัพท์ (0-2180-7797) หรือเว็บไซต์ทางการของห้องอาหาร เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัดและได้รับความสนใจค่อนข้างสูง



