
Madura Rooftop Bangkok
รูฟท็อปแลนด์มาร์กแห่งใหม่กับบรรยากาศละตินอเมริกา
📌 สรุปจุดเด่น Madura Rooftop Bangkok
- คอนเซปต์: Latin Social Dining & Rooftop destination (อาหารละตินอเมริกันผสมผสาน)
- พิกัด: ชั้น 32 โรงแรม SKYVIEW Hotel Bangkok (ซอยสุขุมวิท 24, BTS พร้อมพงษ์ 250 ม.)
- โซนที่นั่ง: LUNA (Outdoor Terrace ชมวิวพาโนรามา) และ Lucero (Indoor Lounge สไตล์ Mid-Century Latin Glamour)
- เมนูไฮไลต์ห้ามพลาด: Arroz con Pollo (ข้าวหมกไก่สไตล์คิวบา), Pork Barbacoa, Angus Beef Tartare
⭐ Review Highlights | สรุปจุดเด่น Madura Rooftop Bangkok
✨ จุดเด่น & บรรยากาศ
- 2 โซน 2 สไตล์: มีทั้งโซนรับลมชมวิวพาโนรามา (LUNA Outdoor) และโซนห้องแอร์หรูหราสไตล์ Mid-Century Latin (Lucero Indoor) หมดกังวลเรื่องฝนตก
- ทำเลเดินทางสะดวก: ตั้งอยู่ชั้น 32 โรงแรม SKYVIEW Hotel Bangkok ซอยสุขุมวิท 24 ห่าง BTS พร้อมพงษ์ เพียง 250 เมตร
- เอกลักษณ์ชัดเจน: นำเสนออาหารและเครื่องดื่มสไตล์ Latin Social Dining ผสานเทคนิค Open Fire Grill
🍽️ เมนูเด็ดแนะนำ (Must-Try)
- Arroz con Pollo (790.-): ข้าวหมกไก่สไตล์คิวบาเครื่องเทศนัวเข้มข้น เมนู Signature ห้ามพลาด
- Pork Barbacoa (720.-): หมูอบสไตล์บาร์บาโคอานุ่มฉ่ำ ตัดรสด้วยเปรูเวียนกรีนซอสและทับทิม
- Angus Beef Tartare (690.-): ทาร์ทาร์เนื้อแองกัสทานคู่ไขกระดูกย่างและแป้งตอร์ติญ่าข้าวโพดดำ
🌅 ช่วงเวลาแนะนำ: 17:30 – 18:30 น. (ชมพระอาทิตย์ตก)
🎯 เหมาะสำหรับ: เดต, สังสรรค์กลุ่มเพื่อน, Group Celebration
สวัสดีครับ
พึ่งเปิดตัวมาได้ซักพักแล้วสำหรับ มาดูรา รูฟท็อป แบงค็อก จุดหมายปลายทางระดับพรีเมียมภายใต้คอนเซปต์ “Latin Social Dining & Rooftop destination” ที่พร้อมยกระดับประสบการณ์พาสตราโนมี (Gastronomy) อันมีเอกลักษณ์ มุ่งเน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (Socializing) ผ่านการผสานรสชาติอาหาร ดนตรี และบรรยากาศอย่างลงตัวมากกว่าการเป็นเพียงบาร์สำหรับดื่มเครื่องดื่มหรือจุดชมวิวเมืองทั่วไป ตัวร้านตั้งอยู่บนชั้น 32 ของโรงแรม สกายวิว กรุงเทพ ใจกลางย่านสุขุมวิท (ซอยสุขุมวิท 24) ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์ เพียง 250 เมตร และเชื่อมต่อกับศูนย์การค้าชั้นนำในกลุ่ม EM District ทั้ง Emporium, EmQuartier และ EmSphere ได้อย่างสะดวกสบาย ในส่วนของบรรยากาศขอเริ่มต้นด้วยโซน LUNA (Outdoor Terrace) พื้นที่กลางแจ้งไฮไลต์ที่แนะนำให้มาเยือนตั้งแต่ช่วงเย็นเพื่อรับลมเย็นและดื่มด่ำกับทัศนียภาพพาโนรามาของย่านสุขุมวิทยามพระอาทิตย์ตกดิน โดยจัดวางที่นั่งสไตล์โซฟาคาบาน่ากึ่งส่วนตัว (Semi-private Cabana style) ตอบโจทย์ทั้งการมาพักผ่อนแบบเดี่ยว มาเป็นคู่ หรือรองรับงานสังสรรค์กลุ่มใหญ่อย่าง Group Celebration และ Corporate Social ได้สบาย อีกทั้งยังมีหลังคาป้องกันสภาพอากาศ จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่ต่อเนื่องและราบรื่นแม้ในช่วงเวลาที่ฝนตกครับ
💡 Helpful Tip
– แนะนำให้ทำการจองโต๊ะล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน (Sunset) เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่นั่งที่ดีที่สุด
– ไม่แนะนำให้นำรถยนต์ส่วนตัวเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรและพื้นที่จอดรถที่มีจำกัด โดยตัวร้านใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์มากจึงเป็นตัวเลือกที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด
และสุดท้ายกับโซน Lucero (Indoor Lounge) โดดเด่นด้วยงานดีไซน์ที่ผสมผสานความเรียบหรูสไตล์ Mid-Century Latin Glamour เข้ากับความสดใสแบบ Modern Miami Vibe สะท้อนกลิ่นอาย ความอบอุ่น และความมีชีวิตชีวาของวัฒนธรรมละตินอเมริกาทั้งจากอาร์เจนตินา เปรู เม็กซิโก และคิวบา ออกมาผ่านสถาปัตยกรรมร่วมสมัยได้อย่างมีเสน่ห์รับรองว่าถ่ายรูปเพลินแน่นอน บรรยากาศภายในเน้นการตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น ให้ความรู้สึกเปรี้ยวเก๋ สบาย และเป็นกันเอง แต่ยังคงความหรูหราที่เหมาะสำหรับตั้งแต่มื้ออาหารแบบสบายๆไปจนถึงมื้อที่เป็นทางการ พร้อมทัศนียภาพเมืองแบบพาโนรามา 180 องศาอย่างไร้สิ่งบดบังผ่านผนังกระจกใสความสูงจากพื้นจรดเพดาน (Floor-to-ceiling glass windows) นอกจากนี้ยังเพิ่มเสน่ห์เติมเต็มประสบการณ์ Gastronomy ด้วยครัวเปิด (Open Kitchen) ที่เผยให้เห็นขั้นตอนการปรุงอาหารจากเตาย่าง Open Fire Grill อย่างใกล้ชิด
ที่นี่ตัวบาร์จะอยู่ในห้องแอร์ภายในร้านโดยแบ่งออกเป็นสองส่วนโดยส่วนแรกตั้งอยู่ภายในบริเวณห้องอาหารที่ออกแบบเป็นเคาน์เตอร์บาร์เข้ามุมขนาดกระทัดรัด ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและเอกคลูซีฟ เหมาะสำหรับการนั่งดื่มเงียบๆ ในบรรยากาศที่นั่งที่สามารถชมวิวข้างนอกได้ ในขณะที่อีกส่วนคือเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่ที่ตั้งวางขนานยาวไปกับระเบียงกระจก โดดเด่นด้วยดีไซน์สูงโปร่งและสวยงาม เปิดโอกาสให้สามารถนั่งดื่มไปพร้อมกับการมีปฏิสัมพันธ์และรับชมการสร้างสรรค์เครื่องดื่มจากมิกโซโลจิสต์ได้อย่างใกล้ชิด
เครื่องดื่มในมื้อนี้กับน้ำดื่มและไวน์แดง Rocca delle Macìe Chianti Riserva 2022 จากแคว้นทัสคานี (Tuscany) ประเทศอิตาลี ใช้องุ่นพันธุ์ Sangiovese 90%, Cabernet Sauvignon 5%, และ Merlot 5% เป็นระดับ Riserva บ่มในถังไม้โอ๊กประมาณ 2 ปี แอลกอฮอล์ 13.5% สีแดงเข้มทับทิม หอมเด่นด้วยผลไม้สีดำสุก บอดี้ปานกลาง แน่นอนว่าไปกับเนื้อสัตว์ได้ดีตามมาตรฐาน แต่ก็ยังพอสามารถไปกับซีฟู้ดในมื้อนี้ได้ด้วย
ส่วนค็อกเทล Banana Fashioned (ราคา 550 บาท) ที่นำ Aged Rum มาสกัดความเข้มข้น มอบมิติความหอมหวาน นุ่มนวล เติมความกลมกล่อมด้วย Banana Liqueur และความหอมกลิ่นโกโก้เข้มข้นจาก Aztec Chocolate Bitters สร้างสรรค์ได้ดีเลยทีเดียว และ Limade el Sol (ราคา 650 บาท) เครื่องดื่มสายสดชื่นที่มีเบสเป็น Blanco Tequila ชูรสชาติหวานอมเปรี้ยวด้วย Agave Nectar และ Fresh Lime หอมสมุนไพรเฉพาะตัวจาก Ancho Verde ท็อปด้วย Soda ช่วยเติมความซ่าโปร่งเบา เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการดื่มสร้างความสดชื่นริมระเบียงชมวิวเมือง
รายการอาหารและเครื่องดื่ม
คลิ๊กที่รูปเพื่อชมรายละเอียด
เริ่มต้นเปิดมื้ออาหารด้วย Welcome Drink ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความเป็นละตินอเมริกาผ่านภาชนะเซรามิกลวดลายประติมากรรมหินแอนดีไซต์ (Andesite) ของอารยธรรมแอซเท็ก (Aztec) ไดัอย่างมีเสน่ห์ และตัวเครื่องดื่มให้รสชาติสดชื่น ช่วยปลุกประสาทสัมผัสการรับรส
Angus Beef Tenderloin Tartare ราคา 690 บาท
ทาร์ทาร์เนื้อแองกัสเสิร์ฟมาในปริมาณ 2-3 คนกำลังชิม เนื้อสันในแองกัสนุ่มละมุนหมดห่วง คลุกเคล้าปรุงรสร่วมกับ Madeira wine, พริก aji และซอสเขียวสูตรทางร้านจนเข้าเนื้อฉ่ำทั่วถึงให้ความมันนัวทุกคำที่ทาน สร้างเสน่ห์ด้วยการทานคู่กับไขกระดูกย่าง (Roast marrow bone) ที่เข้ามาเติมเต็มความหอมมัน และแผ่นแป้งตอร์ติญ่าข้าวโพดดำ (Black corn tortillas) เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ในการทานเนื้อทาร์ทาร์ที่น่าประทับใจ อร่อย แนะนำ
Gambas al Ajillo ราคา 580 บาท
เมนูคลาสสิกสไตล์สเปนที่เสิร์ฟมาในปริมาณสำหรับ 2 คนกำลังชิม กุ้งทะเล (Gulf Prawns) ขนาดตัวพอดีคำเนื้อแน่นมาตรฐาน ผัดกับกระเทียม พริก และพาร์สลีย์ ทานพร้อมซอสและขนมปังกรอบในคำเดียว และไม่ลืมบีบมะนาวก่อนทาน จานนี้มอบความมันที่สดชื่นพร้อมเสน่ห์ของเนื้อสัมผัสที่หลากหลายตั้งแต่ความนุ่มเด้งของเนื้อกุ้ง ความเนียนมันของซอส ไปจนถึงความกรุบกรอบเคี้ยวมันของแผ่นขนมปัง ถือเป็นเมนูที่ทานง่ายและทานสนุก
Beef Short Rib Taco ราคา 540 บาท
ทาโก้เนื้อส่วนซี่โครงที่เสิร์ฟมาในทาโก้แบบแป้งกรอบขนาดชิ้นมาตรฐานจำนวน 2 ชิ้น เนื้อซี่โครงหั่นเป็นชิ้นเป็นอันดูดี ปรุงมาหอมนุ่มและมีรสชาติความเข้มข้นในตัวเอง ตัดรสด้วยหอมดองที่ให้ความเปรี้ยวอมหวานและเผ็ดร้อนเบาๆด้วย Thai bird Relish ทำได้ดี
Pork Barbacoa ราคา 720 บาท
ปริมาณสำหรับ 1 คน โดดเด่นที่เนื้อหมูที่ปรุงแบบสไตล์บาร์บาโคอาสแปนิช-ละติน ทำให้ชิ้นที่หนามีความนุ่มเคลือบด้วยซอสบาร์บาโคอาเข้มข้น (Barbacoa Glaze) จนรสชาติซึมลึกเข้าเนื้ออย่างทั่วถึงทั่วทั้งชิ้น เติมเต็มมิติรสชาติและสัมผัสความสดชื่นด้วยซอสเปรูเวียนกรีนซอส (Peruvian Green Sauce) รสเนียนนุ่ม ท็อปด้วยเฟนเนลสไลด์บาง (Shaved Fennel) และเมล็ดทับทิมสด (Pomegranate) ที่ให้ความกรอบหวานอมเปรี้ยว เสิร์ฟมาพร้อมกับแผ่นแป้งตอร์ติญ่าข้าวโพดย่าง (Grilled Corn Tortilla) อร่อย แนะนำ
Angus Beef Tenderloin “Burnt Ends” Romesco ราคา 1,250 บาท
สเต็กเนื้อสันในแองกัส ปริมาณ 2-3 คนกำลังชิม ขนาดชิ้นแบบมินิสเต็กเนื้อนุ่ม เสริมรสและความฉ่ำด้วยซอสโรเมสโก (Romesco) และซอสเกรวี่เข้มข้น (Jus) ตามด้วยอัลมอนด์สไลด์และต้นหอมทอดกรอบ ทำได้ดี
Smoked Sweet Potatoes ราคา 230 บาท
เมนูจานเคียง (Sides) สไตล์ละตินอเมริกันที่แนะนำให้สั่งเพิ่มมาทานคู่กับอาหารจานหลัก โดดเด่นด้วยมันฝรั่งรมควันที่คลุกเคล้าไปกับเนย Brown Butter จนได้เนื้อที่ข้นและเนียนนุ่ม หอมหวานมัน ท็อปด้วยริคอตต้าชีส (Ricotta) และถั่วเฮเซลนัท (Hazelnut) ทานเพลินดีมาก เป็นตัวเลือกที่ดี
Arroz con Pollo ราคา 790 บาท
ข้าวหมกไก่สไตล์คิวบาเมนู Signature เสิร์ฟมาในหม้อดินเผาให้ปริมาณ 3-4 คนกำลังชิม โดดเด่นด้วยข้าวหุงเครื่องเทศและพริกสูตรพิเศษเฉพาะตัวของร้าน ให้รสชาติ “ความนัว” อร่อยกลมกล่อมและเข้มข้นเข้าเนื้อทั่วถึงทุกเม็ด ผสานเนื้อสัมผัสที่หลากหลายด้วยหนังไก่ทอดกรอบสไตล์คิวบา (Chicken Chicharrones), ถั่วลันเตาหวาน (Green Snap Peas), มะกอกโอลิฟ และถั่วลิสงเพิ่มความหอมมัน ถือเป็นเมนูจานหลักที่อร่อยสมบูรณ์แบบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสั่งมารับประทานร่วมกันในกลุ่มเพื่อนและครอบครัว อร่อย แนะนำ
มาพร้อมกับเครื่องเคียงและซอสเสริมรสชาติและเนื้อสัมผัสให้มีสีสันมากขึ้น
Madura Rooftop Bangkok ของ SKYVIEW Hotel Bangkok
ผสมผสานพื้นที่ระหว่างโซนรับลมชมวิวภายนอกอย่าง LUNA (Outdoor) และโซนภายในห้องแอร์อย่าง Lucero (Indoor Lounge) เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้หมดกังวลเรื่องสภาพอากาศและพร้อมต้อนรับทุกคนได้ในทุกช่วงเวลา อาหารโดยรวมวัตถุดิบดีมีคุณภาพ รสมือทำได้ชัดเจนนุ่มนวลกลมกล่อมทานง่ายเชื่อว่าสามารถเปิดประสบการณ์อาหารได้เป็นอย่างดี ถือเป็นรูฟท็อปแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่มีอัตลักษณ์ที่แตกต่างและโดดเด่น เป็นพื้นที่แห่งการเฉลิมฉลองสไตล์ละตินโซเชียลดิสโก้และไดนิ่ง (Latin Social Disco & Dining) ที่ตั้งอยู่บนรากฐานทางวัฒนธรรมการกินและการสังสรรค์ของละตินอเมริกาครับ.
ขอบคุณมากครับ
โด้
รายละเอียดห้องอาหาร
ห้องอาหาร: มาดูรา รูฟท็อป แบงค็อก / Madura Rooftop Bangkok ชั้น 32
เวลาให้บริการ: 17:00 – 01:00 (อา.-พฤ.) / 17:00 – 01:30 (ศ.-ส.)
รายละเอียดโรงแรม
โรงแรม: โรงแรม สกายวิว กรุงเทพ / SKYVIEW Hotel Bangkok
ที่อยู่: 12 ซอยสุขุมวิท 24 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพ 10110
Address: 12 Soi Sukhumvit 24, Sukhumvit Rd., Khlong Tan, Khlong Toei, 10110 Thailand
โทรศัพท์: 0-2011-1111
เว็บไซต์: www.skyviewhotel.com
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) | Madura Rooftop Bangkok
Q: Madura Rooftop Bangkok ตั้งอยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร?
A: ร้านตั้งอยู่บนชั้น 32 ของโรงแรม สกายวิว กรุงเทพ (SKYVIEW Hotel Bangkok) ในซอยสุขุมวิท 24 การเดินทางที่สะดวกที่สุดคือรถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์ (ทางออก 2) แล้วเดินต่อเข้าซอยเพียง 250 เมตร
Q: มีข้อกำหนดเรื่องการแต่งกาย (Dress Code) หรือไม่?
A: แนะนำการแต่งกายสไตล์ Smart Casual สำหรับคุณผู้ชายแนะนำกางเกงขายาวและรองเท้าหุ้มส้น หลีกเลี่ยงเสื้อกล้าม ชุดออกกำลังกาย และรองเท้าแตะ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศการสังสรรค์ระดับพรีเมียม
Q: ฝนตกสามารถไปใช้บริการได้ไหม?
A: ได้แน่นอนครับ เพราะนอกจากโซนกลางแจ้ง LUNA (Outdoor Terrace) จะมีระบบหลังคาป้องกันสภาพอากาศแล้ว ตัวร้านยังมีโซน Lucero (Indoor Lounge) เป็นห้องแอร์ติดกระจกใส 180 องศา ชมวิวเมืองยามค่ำคืนได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องฝนตก
Q: งบประมาณเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่?
A: ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 2,000+ บาท / ท่าน (ขึ้นอยู่กับรายการอาหาร ไวน์ หรือค็อกเทลที่เลือกสั่ง)
Q: เมนูอาหารไฮไลต์คือเมนูไหน?
A: เมนูเด็ดที่โด้แนะนำว่าห้ามพลาด ได้แก่ Arroz con Pollo (ข้าวหมกไก่สไตล์คิวบาเสิร์ฟในหม้อดิน), Pork Barbacoa (หมูอบซอสบาร์บาโคอา) และ Angus Beef Tenderloin Tartare เสิร์ฟคู่กับไขกระดูกย่าง




